การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม, นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา, คุณลักษณะจิตสาธารณะบทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 3) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา
การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา มีขั้นตอนการดำเนินการ 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 การศึกษาบริบทกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิต ตอนที่ 2 การสร้างรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาในศึกษาขั้นพื้นฐาน สุพรรณบุรีเขต และตอนที่ 3 การประเมินรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาในศึกษาขั้นพื้นฐาน สุพรรณบุรี ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้
1.1 ด้านผู้บริหาร พบว่า 1) มีความต้องการวิธีการฝึกและปฏิบัติการพฤติกรรมจิตสาธารณะที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง 2) มีความต้องการรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะเพื่อนำไปพัฒนานักเรียนในโรงเรียน 3) เห็นคุณค่าของจิตสาธารณะในการจัดการเรียนรู้ให้ครูแสดงความชื่นชมเมื่อนักเรียนทำความดีหรือทาประโยชน์แก่ส่วนรวม มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 3.64 อยู่ในระดับมาก
1.2 ด้านครู พบว่า 1) ต้องการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นผู้เสียสละ มองเห็นผลประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าตนเอง 2) ต้องการวิธีกระตุ้นหรือส่งเสริมให้นักเรียนทากิจกรรมสาธารณะอย่างเต็มกำลังและเต็มความสามารถ 3) ต้องการความร่วมมือจัดตั้งโครงการจิตอาสาพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีจิตสาธารณะเพื่อโรงเรียนและชุมชน มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 3.37 อยู่ในระดับปานกลาง
1.3 ด้านนักเรียน พบว่า 1) นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามของส่วนรวมตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ 2) นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่โรงเรียนจัดขึ้น 3) นักเรียนแบ่งปันและเปิดโอกาสให้เพื่อนได้ใช้ของส่วนรวม มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 2.46 อยู่ในระดับน้อย
2. ผลการสร้างรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาโดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาศึกษาและทฤษฎีปัญญาสังคม สามารถได้ผลลัพธ์เป็นแนวทางการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กระบวนการจัดกิจกรรม และ5) การประเมินผลการเรียนรู้
3. การประเมินรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถม ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการใช้การทดสอบสถิติแบบไคสแคว์ (Chi-Square Test) ในการประเมินองค์ประกอบของรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้ง 4 ด้าน คือ ความถูกต้อง ความเหมาะสม ความมีประโยชน์ ความเป็นไปได้ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมาก โดยในแต่ละด้านมีค่า P value มากกว่า .05 การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2543). โรงเรียนสร้างคนมีจิตสาธารณะ. กรุงเทพฯ. การศึกษา 2000.
เจษฎา หนูรุ่น. (2551). ปัจจัยจิตลักษณะที่ส่งผลต่อจิตสาธารณะของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนสาธิตในสังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2558). สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. กรุงเทพฯ: วี พรินท์ (1991).
ธนา นิลชัยโกวิทย์. (2551). ศิลปะการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงแนวจิตตปัญญาศึกษาในจิตตปัญญาศึกษา: การศึกษาเพื่อการพัฒนามนุษย์. กรุงเทพฯ: โครงการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล.
ประเวศ วะสี. (2550). มหาวิทยาลัยกับจิตตปัญญาศึกษาและไตรยางค์แห่งการศึกษา. กรุงเทพฯ: ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา.
ผุสดี เฉลิมสุข. (2543). ผลการฝึกควบคุมตนเองและการฝึกสมาธิที่มีต่อการปรับพฤติกรรมไม่สนใจในการเรียนและผลสัมฤทธิ์ในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
เล็ก ทองแสน. (2550). ผลการฝึกสมาธิและการใช้ตัวแบบที่มีต่อพฤติกรรมความมีระเบียบวินัยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา การศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น).
วิจักขณ์ พานิช. (2550). เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ การศึกษาดั่งเส้นทางแสวงหาทางวิญญาณ. กรุงเทพฯ: ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา.
สุมน อมรวิวัฒน์. (2549). บทบาทของสถาบันการศึกษาต่อการพัฒนาจิตใจ. กรุงเทพฯ: เจริญผล.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2552). แนวทางการพัฒนาการวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
Bandura, A. (1986). Social Foundations of Thought and Action.Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall.
Hart, T. (2004).Opening the Contemplative Mind in the Classroom.Journal of Transformative Education, 2(1), 28 -46.176
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

