กระบวนการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ในเยาวชนไทย: การศึกษาแบบพหุกรณี

ผู้แต่ง

  • ปองกมล สุรัตน์ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ฐาศุกร์ จันประเสริฐ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • นำชัย ศุภฤกษ์ชัยสกุล สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

คำสำคัญ:

การรังแกผ่านโลกไซเบอร์, ความรุนแรงในเยาวชน, ความรุนแรงในโลกออนไลน์, การกลั่นแกล้งรังแก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทาความเข้าใจกระบวนการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ของเยาวไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบพหุกรณีศึกษา (Multiple case studies) ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับเยาวชนไทยอายุ 19-24 ปี จานวน 8 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) และวิเคราะห์ข้ามกรณีศึกษา (Cross-case analysis) ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการรังแกผ่านโลกไซเบอร์แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1) ช่วงก่อนการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ ส่วนใหญ่เกิดความขัดแย้งหรือเหตุการณ์ที่ทาให้ผู้รังแกไม่พอใจ 2) ช่วงระหว่างการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ เป็นช่วงที่เยาวชนรับรู้ว่าเกิดการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ขึ้น แบ่งเป็น 3 ช่วงย่อย ได้แก่ ช่วงเริ่มต้นการรังแก คือรับรู้ว่าถูกนินทา ด่าทอ ล้อเลียน ถูกเปิดโปงความลับ ถูกใส่ร้าย ถูกแอบอ้างสวมรอย ถูกตามข่มขู่ ถูกกีดกันทางสังคมออนไลน์ และถูกปล่อยภาพอนาจารในโลกออนไลน์ ช่วงการรังแกมีความรุนแรงมากขึ้น เป็นช่วงที่เยาวชนรับรู้ว่าเหตุการณ์บานปลาย เรื้อรัง เกิดกระแสในวงกว้าง หรือเกิดวงจรการรังแก และช่วงคลี่คลายการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ เป็นช่วงที่ผู้ถูกรังแกปรับตัวได้ แม้การรังแกยังไม่สิ้นสุด สามารถจัดการปัญหาได้สาเร็จ ผู้รังแกยุติการรังแก แต่บางกรณีกลับไปสู่ช่วงรุนแรงอีกครั้ง 3) ช่วงหลังผ่านพ้นการรังแกผ่านโลกไซเบอร์เป็นช่วงที่เยาวชนรับรู้ว่าปัญหาสิ้นสุดแล้ว แต่บางกรณีเจอเหตุการณ์รังแกครั้งใหม่ โดยพบว่าสิ่งสาคัญที่ทาให้เยาวชนผ่านพ้นปัญหาได้คือ การตระหนักในศักยภาพตน (Self-efficacy) การเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-worth) การได้รับความรักและได้รับการยอมรับ (Love and belonging) การเสริมกาลังใจ (Encouragement) และความรู้สึกปลอดภัย (Safety)

เอกสารอ้างอิง

ชาญวิทย์ พรนภดล. (2560). “ดีแทค – มูลนิธิแพธทูเฮลธ์” ร่วมพัฒนาห้องแชท Stop Bullying วิจัยชี้ปัญหากลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ไทยพุ่ง รั้งท็อปไฟว์ของโลก. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2560, จาก https://www.dtac.co.th/pressroom/news/dtac-stop-bullying.html

ณัฐรัชต์ สาเมาะ. (2556). การรับรู้ของเยาวชนต่อการรังแกในพื้นที่ไซเบอร์. (วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. (สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข). นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล).

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก. (2559). เมื่อเด็กถูกเพื่อนรังแกในโรงเรียน...ผู้ใหญ่จะช่วยเหลืออย่างไร? สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2560, จาก http://www.thaichildrights.org/article/57698

วัฒนาวดี ศรีวัฒนพงศ์; และ พิมผกา ธานินพงศ์. (2558). สื่ออิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ตที่มีต่อพฤติกรรมการรังแกของนักเรียนในโรงเรียน เขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารการสื่อสารและการจัดการนิด้า. 1(2): 128-144.

วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์;และศิวพร ปกป้อง.(2553). ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมการกระทาความรุนแรงทั้งทางกายภาพและการข่มเหงรังแกผ่านโลกไซเบอร์ของเยาวชนไทย.รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ: ปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย.

Bronfenbrenner, Urie. (1994). Ecological Models of Human Development. International Encyclopedia of Education. 3(2): 37-43.

Görzig, A.; & Machackova, H. (2015). Cyberbullying from a socio-ecological perspective. Media@LSE Working Paper #36. London School of Economics and Political Science. Retrieved June 24, 2018, from http://www.lse.ac.uk/media@lse/research /mediaWorkingPapers/pdf/WP36-FINAL.pdf

Guo, Siying. (2016). A Meta-Analysis of the Predictors of Cyberbullying Perpetration and Victimization. Psychology in the Schools. 53(4): 432-453.

Hinduja, Sameer; Patchin, W. Justin. (2010). Bullying, cyberbullying, and suicide. Archives of Suicide Research. 14(3): 206-221.

Kowalski, Robin M.; Limber, Susan P.; &Agatston, Patricia W. (2008). Cyber bullying:bullying in the digital age. Massachusetts: Blackwell.

National Center for Injury Prevention and Control. (2017). Youth Violence. Retrieved September 24, 2017, from https://www.cdc.gov/violenceprevention/youthviolence /index.html

Parris, Leandra; et al. (2012). High School Students’ Perceptions of Coping With Cyberbullying. Youth & Society. 44(2): 284–306.

Patchin, Justin W.; & Hinduja, Sameer. editors. (2012). Cyberbullying Prevention and Response: Expert Perspectives. New York: Routledge.

Ranney, Megan L.; et al. (2015). PTSD, cyberbullying and peer violence: prevalence and correlates among adolescent emergency department patients. General Hospital Psychiatry. 39: 32-38.

Rivituso, Jack. (2014). Cyberbullying Victimization among College Students: An Interpretive Phenomenological Analysis. Journal of Information Systems Education. 25(1): 71- 75.

Smith, P. K., Mahdavi, J., Carvalho, M., Fisher, S., Russell, S., & Tippett, N. (2008). Cyberbullying: its nature and impact in secondary school pupils. Journal of Child Psychology and Psychiatry, 49(4), 376–385.

Weber, Nicole L.; & Pelfrey, William V., Jr. (2014). Cyberbullying: Causes, Consequences, and Coping Strategies. Texas: LFB Scholarly Publishing.

World health Organization. (2015). Youth Violence: The Health Sector Role in Prevention and Response. Retrieved September 24, 2017, from http://www.who.int/violence _injury_prevention/violence/youth-violence-infographic-2015.pdf?ua=1

Wright, Michelle F. (2016). A Social-Ecological Approach to Cyberbullying. New York: Nova Science Publishers.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-01

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย