นวัตกรรมผู้นำของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาไทยยุคไทยแลนด์ 4.0
คำสำคัญ:
ไทยแลนด์ 4.0, ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา, นวัตกรรมผู้นำบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษานวัตกรรมผู้นำของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาไทย 2) เพื่อศึกษานวัตกรรมผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิ 5 กลุ่ม จำนวน 7 คน คือ 1) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 3) กระทรวงศึกษาธิการ 4) คณะทางานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 5) ผู้มีส่วนได้เสีย และใช้การสนทนากลุ่ม โดยผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บริหารด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษา จำนวน 8 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ โดยใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายจากผู้บริหารระดับสูงในสถาบันอุดมศึกษาไทย ได้แก่ อธิการบดี รองอธิการบดี และคณบดี จำนวน 157 แห่ง รวมทั้งสิ้น 471 คน พบว่า นวัตกรรมผู้นำของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาไทยจำแนกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) นวัตกรรมผู้นำแบบเพชร 2) นวัตกรรมผู้นำแบบผสมชีวิต – การทำงาน 3) นวัตกรรมผู้นำแบบโลกาภิวัตน์ และ 4) นวัตกรรมผู้นำแบบเปิดรับ จากการวิเคราะห์นวัตกรรมผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของสถาบันอุดมศึกษาไทยยุคไทยแลนด์ 4.0 สามารถจำแนกตามผลสัมฤทธิ์ 11 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านงบประมาณและทรัพยากร 2) ด้านนักศึกษา 3) ด้านการบริหารจัดการการศึกษา 4) ด้านการเรียนรู้และพัฒนา 5) ด้านผู้มีส่วนได้เสีย 6) ด้านการสอน 7) ด้านการวิจัย 8) ด้านการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม 9) ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 10) ด้านความสามารถในการแข่งขัน และ 11) ด้านทัศนคติของผู้ว่าจ้างงานต่อบัณฑิต ข้อเสนอแนะการนำผลวิจัยไปใช้ ได้แก่ 1) สามารถนำผลมาเป็นกรอบในการกำหนดเกณฑ์หรือคุณสมบัติเบื้องต้นในการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร 2) สามารถนำผลมาเป็นกรอบในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมผู้บริหาร (โดยกำหนดระดับนัยสำคัญ = .05)
เอกสารอ้างอิง
เคโร อันซีนดอดคอม. (2556). คุณภาพการศึกษาไทย รั้งอันดับ 8 ใน อาเซียน. เข้าถึงได้จากhttp://www.uasean.com/kerobow01/650
จิรวัฒน์ พีระสันต์ และวิรุณ ตั้งเจริญ. (2542). การพัฒนารูปแบบภารกิจของมหาวิทยาลัยใน การพัฒนาศิลปกรรมท้องถิ่น: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร, 12 (1), 25-36.
พสุ เดชะรินทร์. (2546). Balanced Scorecard รู้ลึกในการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชรีพร วรจักร. (2559). รูปแบบการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. (ดุษฎีนิพนธ์การบริหารการศึกษา. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา).
มานิต บุญประเสริฐ และคณะ. (2549). การพัฒนาภาวะผู้นำในระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
ลัดดา ปินตา และ สุรชัย อุตมอ่าง. (2558). การรับรู้คุณภาพของบัณฑิต ทัศนคติของผู้ประกอบการที่มีต่อคุณสมบัติและสมรรถนะที่มีความจำเป็นของบัณฑิตหลักสูตรกลุ่มวิชาการจัดการสำหรับมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นให้เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 11(2), 145-170.
สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม. กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2559). พิมพ์เขียว Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน. เข้าถึงได้จาก https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2017/20171114-draeqa-blueprint.pdf
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2551). กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (2551-2565). เข้าถึงได้จาก http://www.rpu.ac.th/Library_web/doc/e- book_ T/HEPlan_book.pdf สำนักนายกรัฐมนตรี. (2559). ร่างยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579). เข้าถึงได้จาก http://www.nesdb.go.th/download/document/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%20%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0%2020%20%E0%B8%9B%E0%B8%B5%20(%E0%B8%9E.%E0%B8%A82560%20-%202579).pdf
สุภัทร จำปาทอง. (2560). Roles of the Office of Higher Education: Thailand 4.0. เข้าถึงได้จากhttp://www.atpac.org/wp-content/uploads/2017/07/5A1-ATPAC-2018-Eng-version-26.1.18 -use-final.pdf.
อุไรวรรณ ธนสถิต. (2541). ภารกิจของมหาวิทยาลัยเอกชนในการจัดการอุดมศึกษาของชาติ. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร.
Au-Yong-Oliveira, M., Gonçalves, R., Martins, J., & Branco, F. (2018). The social impact of technology on millennials and consequences for higher education and leadership. Telematics and Informatics, 35(40), 954-963.
Baxter, W. (2017). Thailand 4.0 and the Future of Work in the Kingdom. Retrieved from http://www.ilo.org/wcmsp5/groups/public/---dgreports/--- dcomm/documents/ meetingdocument/wcms_549062.pdf
Best, John W. (1981). Research in education (4th ed.). New Jersey: Prentice-Hall of India.
Butt, B. Z., & Rehman, K. U. (2010). A study examining the students satisfaction in higher education. Procedia Social and Behavioral Sciences, 2(2), 5446–5450.
Cameron, S. K., & Quinn, E. R. (1999). Diagnosing and changing organizational culture: based on the competing value framework. New York: AddisonWesley.
Crompton, H., & Burke, D. (2018). The use of mobile learning in higher education: A systematic review. Compute and Education, 123, 53-64.
Donate, M. J., & Sánchez, . P. J. D. (2015). The role of knowledge-oriented leadership in knowledge management practices and innovation. Journal of Business Research, 68(2), 360-370.
Dubrin, A. J. (2013). Leadership research findings, Practice, and Skills (7thed.). South-Western: Cengage Learning.
Draft, R. L. (1999). Leadership: Theory and Practice. Orlando, FL: Dryden Press.
Economic needs drive change in higher education. (2018, April 16). Bangkok Post, Retrieved from https://www.bangkokpost.com/business/news/1441566/economic-needs-drive-change-in-higher-education.
Hannah, S. T., Balthazard, P. A., Waldman, D. A., Jennings, P. L., & Thatcher, R. W. (2013). The psychological and neurological bases of leader self-complexity and effects on adaptive decision-making. Journal of Applied Psychology, 98(3), 393-411.
Kaplan, R. S., & Harvard Business School. (2010). Conceptual foundations of the balanced scorecard. Boston: Harvard Business School.
Mahdi, O. R., Nassar, I. A., & Almsafir, M. K. (in press). Knowledge management processes and sustainable competitive advantage: An empirical examination in private universities. Journal of Business Research. Retrieved from https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0148296318300882
Maric, I. (2013). Stakeholder analysis of higher education institutions. Interdisciplinary Description of Complex Systems, 11(2), 217-226.
Reyes, A. (in press). Connecting higher education and innovation to local development. Futures. Retrieved from https://www.sciencedirect.com /science/ article/pii/ S0016328717303440
Schneiderman, A. M. (1999). Why balanced scorecard fail. Journal of Strategic Performance Measurement, Special edition (January), 6-11.
Snyder, C. R., Lopez, S. J., & Pedrotti, J. T. (2011). Positive psychology: The scientific and practical explorations of human strengths. (2nded.). Thousand Oaks: Sage.
Yeravdekar, V. R., & Tiwari, G. (2014). Internationalization of higher education and its impact on enhancing corporate competitiveness and comparative skill formation. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 157, 203-209.
Yu, V. (2009). Principal leadership for private schools improvement: The Singapore perspective. The Journal of International Social Research, 2(6), 714-749.
Yukl, G. A. (2013). Leadership in Organizations (8thed.). Boston: Pearson.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

