ส่วนประสมของแบรนด์ผู้นำที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย
คำสำคัญ:
ส่วนประสมของแบรนด์ผู้นำบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของนักลงทุน (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประสมของแบรนด์ผู้นำองค์กรกับกระบวนการตัดสินใจซื้อหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของนักลงทุนโดยทำการเก็บแบบสอบถามนักลงทุนที่เป็นบุคคลทั่วไปที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ ในช่วงปี พ.ศ. 2560 -2561 จำนวน 385 ชุด โดยทดสอบสมมติฐานด้วยค่า t-test, F-test, LSD และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชายอายุ 26-30 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 30,000 บาท ให้ความสำคัญกับผลงานของผู้นำองค์กรและเกียรติยศชื่อเสียงองค์กรอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.42และ4.37ตามลำดับโดยทั้ง 2 ปัจจัยนี้ จัดอยู่ในกลุ่มชื่อเสียงของผู้นำองค์กร และมีการแสดงพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ในระดับบ่อยครั้ง มีค่าเฉลี่ย 3.63 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) อายุ สถานภาพ และระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของนักลงทุนที่แตกต่างกันโดยนักลงทุนที่มีอายุมากจะมีการตระหนักถึงความต้องการและมีการประเมินทางเลือกในการซื้อหุ้นมากกว่านักลงทุนที่อายุน้อย ส่วนนักลงทุนที่สมรสแล้วจะมีการตระหนักถึงความต้องการและมีการประเมินทางเลือกในการซื้อหุ้นมากกว่านักลงทุนที่โสดหรือหย่าร้าง และนักลงทุนที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีจะมีการตัดสินใจซื้อและพฤติกรรมหลังการซื้อหุ้นมากกว่านักลงทุนมีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีหรือปริญญาตรีและ (2) ส่วนประสมของแบรนด์ผู้นาองค์กรมีความสัมพันธ์กับกระบวนการตัดสินใจซื้อหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของนักลงทุนในทิศทางเดียวกัน โดยส่วนประสมของแบรนด์ผู้นำองค์กรมีความสัมพันธ์เพียง 3 ขั้นแรกของกระบวนการตัดสินใจซื้อหุ้นเท่านั้น ได้แก่ ด้านการประเมินทางเลือกมีความสัมพันธ์ร้อยละ 24.8 รองลงมา คือด้านการเสาะแสวงหาข่าวสารมีความสัมพันธ์ร้อยละ 17.1 และด้านการตระหนักถึงความต้องการมีความสัมพันธ์ร้อยละ 13.6 ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,มป.ป.ประวัติและบทบาทตลาดหลักทรัพย์ (Online). www.set.or.th/th/about/overview/history_p1.html, May 2, 2018.
_______ .(2545). ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.
นพวรรณ คล้ายโอภาส. (2551). ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงขององค์กรในธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการประชาสัมพันธ์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
รุ่งนภา พิตรปรีชา. (2551). “แนวคิดการจัดการชื่อเสียงขององค์กรเพื่อการยอมรับที่ยั่งยืน.” วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา1 (1): 28-37.
สรชา ตนานุวัฒน์. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจลงทุนหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยของนักลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่. (จุลนิพนธ์บริหารธุรกิจ บัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจทั่วไป, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
อดุลย์ จาตุรงคกุล. (2543). กลยุทธ์การตลาด. กรุงเทพมหานคร: ธนรัชการพิมพ์.
อรรถนียา เปล่งวิทยา. (2554). ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจากการรับรู้ของนักลงทุนและพนักงาน. (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
Chajet, C. 1989. “The Making of a New Corporate Image.”Journal of Business Strategy 10 (3): 18-20.
De Bondt, W. F., & Thaler, R. H. (1995). Financial decision-making in markets and firms: A behavioral perspective. Handbooks in operations research and management science, 9, 385-410.
Dwyer, P. D., Gilkeson, J. H., & List, J. A. (2002). Gender differences in revealed risk taking: Evidence from mutual fund investors. Economics Letters, 76(2), 151-158.
Fetscherin, M. (2015), CEO Branding: Theory and Practice, Routledge, London, pp. 324.
Fombrun, C. J. 1996. Reputation: Realizing Value from the Corporate Image. Boston: Harvard Business School Press.
Helm, S. 2007. “The Role of Corporate Reputation in Determining Investor Satisfaction and Loyalty.”Corporate Reputation Review 10 (1): 22-37.
MacGregor, D. G., P. Slovic, D. Dreman, and M. Berry. 2000.“Imagery, Affect, and Financial Judgment.” Journal of Psychology and Financial Markets1(2): 104-110.
Riel, C. V. and C. J. Fombrun. 2007. Essentials of Corporate Communication: Implementing Practices for Effective Reputation Management. New York: Routledge Taylor and Francis Group.
Roberts, P. W. and G. R. Dowling. 2002.“Corporate reputation and sustained superior financial performance”. Strategic Management Journal 23 (12): 1077-1093.
Slovic, P. (1972). Psychological study of Human Judgement: Implications for investment decision making. The Journal of Finance, 27(4), 779-799.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

