ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อำนาจในการบริหารกับความผูกพันต่อองค์การ กรณีศึกษา โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ความผูกพันต่อองค์การ, ความสัมพันธ์, การใช้อำนาจในการบริหารบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายในการศึกษาคือ (1) เพื่อศึกษาระดับความเห็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจของผู้บริหาร ความผูกพันต่อองค์การ (2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อำนาจในการบริหารความผูกพันต่อองค์การ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้บริหารและพนักงานที่ทางานอยู่ในโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม นวนคร จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 16 บริษัท รวมทั้งสิ้น 400 คน การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างกระทำโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Sample Sampling) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และแบบสัมภาษณ์ผู้บริหารต่อจากนั้นนำไปประมวลผลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทาการประเมินความเห็นเกี่ยว กับการใช้อำนาจของผู้บริหาร ความผูกพันต่อองค์ การ โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่ามาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อำนาจของผู้บริหาร ความสัมพันธ์ต่อองค์การ ด้วยค่าสถิติสหสัมพันธ์เชิงเส้นของเพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient)
ผลการศึกษาพบว่า
1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจในการบริหาร ในภาพรวมระดับการใช้อำนาจในการบริหารนั้นมีระดับการใช้อำนาจอยู่ในระดับต่ำ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การใช้อำนาจตามกฎ หมาย มีน้ำหนักความคิดเห็นเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ การใช้อำนาจอ้างอิง การใช้อำนาจจากความเชี่ยวชาญ การใช้อำนาจการให้รางวัล และการใช้อำนาจการบังคับข่มขู่ ตามลำดับ ในภาพรวมความคิดเห็นต่อความผู้พันธ์ในองค์การ 3 ด้าน นั้น มีน้ำหนักการตัดสินใจอยู่ในระดับต่ำ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความผูกพันต่อองค์การด้านทัศนคติที่มีต่อองค์การมีน้ำหนักความคิดเห็นเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านการปฏิบัติงานต่อไปอย่างต่อเนื่อง และ ด้านการปฏิบัติงานตามบรรทัดฐานของสังคม ตามลำดับ
2. ผลการทดสอบความสัมพันธ์ พบว่าการใช้อำนาจในการบริหารด้านการใช้อำนาจตามกฎ หมาย การใช้อำนาจอ้างอิง การใช้อำนาจจากความเชี่ยวชาญ การใช้อำนาจการให้รางวัล และการใช้อำนาจการบังคับข่มขู่ มีความสัมพันธ์กับความผูกพันต่อองค์การ ด้านทัศนคติที่มีต่อองค์การ ด้านการปฏิบัติงานต่อไปอย่างต่อเนื่อง และ ด้านการปฏิบัติงานตามบรรทัดฐานของสังคม ณ. ระดับความมีนัยสำคัญ .05
เอกสารอ้างอิง
จุมพล หนิมพานิช. (2543). ผู้นำ อำนาจ และกำรเมืองในองค์กำร. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
จักรพันธ์ ชูกลิ่น. (2557). ควำมสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำและการใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษำ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กระบี่. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี).
ชวัลณัฐ เหล่าพูนพัฒน์. (2548). ปัจจัยส่งผลต่อความผูกพันกับองค์การ โดยมีความพึงพอใจในงานเป็นตัวแปรสื่อ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).
ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : แอล. ที. เพรส จากัด.
ปาริชาต บัวเป็ง. (2554). ปัจจัยที่มีต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน บริษัท ไดกิ้นอินดัสทรีส์ ประเทศไทย จำกัด. (การค้นคว้าอิสระหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปทุมธานี).
ษมาพร ปลื้มจิตร. (2557). ความผูกพันต่อองค์กรของพนักงำนโรงแรมดุสิตแกนรีสอร์ทแอนด์โปโลคลับ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์).
สมยศ นาวีการ. (2540). กำรบริหารและพฤติกรรมองค์กำร. กรุงเทพมหานคร: ผู้จัดการ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 สานักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร.
อาคม วัดไธสง. (2547). หน้าที่ผู้นำในการบริหารการศึกษา. พิมพครั้งที่2. สงขลา: ภารกิจเอกสารและตารามหาวิทยาลัยทักษิณ.
อาพร นิติสิริ. (2553). สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 28 มี.ค - 3 เม.ย. 2553 อ้างใน https://prachatai.com/journal/2010/04/28713
Allen N J and Meyer J P. (1990). “The Measurement and Antecedents of Affective, Continuance and Normative Commitment to the Organization”, Journal of Occupational Psychology, Vol. 63, pp. 1-18.
Barnard, C.I. (1972). The Function of the Executive. Cambridge: Harvard University Press,
French,J.R.P.and B.H.Raven. (1968). Bases of Social Power”.pp.259-270. Group Dvnamics:Research and Theory. Darwin Cartwright and Alvin Zander. (ed.). New York:Harper & Row.
Lynn McFarlane Shore · Harry J. Martin Job. (1989). Satisfaction and Organizational Commitment in Relation to Work Performance and Turnover Intentions, Cororado state University. USA.
Richard T. Mowday, Lyman W. (1982). Employee-Organization Linkages: The Psychology of Commitment, Absenteeism, and Turnover. New York academic Press.
Rosabeth M. Kanter. (1972). Commitment and Social Organization: A Study of Commitment Mechanisms in Utopian Communities by J. Rabow. Los Angeles: Goodyear.
Sheldon, M.E. (1971). Investments and involvements as mechanisms producing commitment to the organization. Administrative Science Quarterly, pp 16, 143-150,
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

