ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจกับคุณภาพกำไร
คำสำคัญ:
ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ, คุณภาพกำไร, การรวมธุรกิจบทคัดย่อ
ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจของบริษัทสามารถบ่งบอกได้ถึงผลผลตอบแทน โดยบริษัทที่มีค่าความนิยมสูงย่อมมีมูลค่าของบริษัทสูงไปด้วย อย่างไรก็ตามในการจ่ายจำนวนเงินส่วนเกินที่มากกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิของกิจการที่ถูกซื้อ อาจเนื่องมาจากการประเมิลมูลค่ากิจการผิดพลาดหรือเกิดจากการที่ผู้บริหารตัดสินใจซื้อกิจการในราคาสูงเพื่อจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจทั้งหมด จากการศึกษาพบว่าค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจมีความสัมพันธ์กับคุณภาพกำไร ซึ่งการวัดคุณภาพกำไร ไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายที่จะชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกิจการทั้งหมด แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลจากงบการเงินหรือนักลงทุนจะต้องศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์อย่างระมัดระวังและรอบครอบ
เอกสารอ้างอิง
ชุติมา ธัชยะพงษ์. (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจและคุณภาพกำไร
ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วิทยานิพนธ์. ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พรรณทิพย์ อย่างกลั่น. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพกำไรและประสิทธิภาพในการ
ดำเนินงานตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.
วารสารวิชาการระดับชาติ. ครั้งที่ 10 ปี 2558. มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
เมตตา เสมสมบูรณ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจกับอัตราส่วนทางการเงินของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วารสารเกษมบัณฑิต ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2560. 82-96.
เมธากุล เกียรติกระจาย และศิลปะพร ศรีจั่นเพชร. (2547). ทฤษฎีการบัญชี. กรุงเทพฯ: ทีพีเอ็น.
ลัคนา พูลเจริญ. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อธุรกิจกับความสามารถ
ในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วิทยานิพนธ์.ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
วรศักดิ์ ทุมมานนท์. (2543). คุณรู้จัก Creative Accounting และคุณภาพกําไรแล้วหรือยัง.
พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: ไอโอนิคอินเตอร์เทรดรีซอสเซส.
สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมป์. (2560). มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 3
(ปรับปรุง 2560) เรื่อง การรวมธุรกิจ. (ออนไลน์) สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560
https://www.fap.or.th/
สรรพงศ์ ลิมป์ธำรงกุล. (2547). คุณภาพกำไรของธุรกิจ. กรุงเทพมหานคร: ธรรมนิติเพรส.
สมชาย สุภัทรกุล. (2548). แรงจูงใจในการตกแต่งกำไรเพื่อบรรลุเป้าหมายกำไร TBS on Corporate
Governance – กำกับดูแลกิจการที่ดี. กรุงเทพฯ: คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อิสรีย์ โชว์วิวัฒนา. (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพกำไรกับเงินปันผลตอบแทนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. 29 (3). 48-46
Dechoew P., W. Ge and C. Schrand. (2010). Understanding earning quality: A review of the
proxies, their determinants and their consequences. Journal of Accounting and Economics, 344-401.
Gibson, C. H. (1995). Financial Statement Analysis: Using Financial Accounting Information. Cincinnati, Ohio: South West College Publishing.
Henning, S.L., Shaw, W.H., Stock, T. (2004). The Amount and Timing of Goodwill Write offs
and Revaluations: Evidence from U.S. and U.K. Firms. Review of Quantitative Finance
and Accounting, 23, 99-121.
Penman, S. H. (2007). Financial Reporting Quality: Is Fair Value a Plus or a Minus?.
Accounting and Business Research. (37), 33-44.
Stickney, Clyde.P. (1996). Financial Statement Analysis a Strategic Perspective. Harcourt brace Jovanovich, Inc.
Urapeepattanapong, Kittipong et al. (2007). Mergers: Opportunities of Thai Business. Bangkok: The Stock Exchange of Thailand.
Van de Poel, K., Maijoor, S., Vanstraelen, A. (2008). Implementation of IFRS within Europe:
the Case of Goodwill. (Online). Retrieved April 29, 2015. From
https://aaahq.org/meetings/AUD2009/Implementation Of IFRS.pdf.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

