แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนการจัดการความรู้, ทักษะผู้เรียนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการณ์การพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 กลุ่มตัวอย่างจากโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 370 โรงเรียน กำหนดผู้ตอบแบบสอบถามเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 387 คน 2) กลุ่มครูผู้สอน จำนวน 399 คน รวมผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 786 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามระดับความคิดเห็น การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ย การวิเคราะห์เนื้อหาและ Multiple regression analysis ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการณ์ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีสามองค์ประกอบหลักคือ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร การจัดการความรู้ ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีระดับการดำเนินการในระดับมากทุกด้าน โดยด้านการจัดการความรู้มีการดำเนินการ มากที่สุด 2. ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร การจัดการความรู้ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. แนวทางการพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนด้านการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารกับการจัดการความรู้มีความสัมพันธ์โดยส่งผลให้เกิดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21และสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน และความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนา พบว่าผู้ทรงคุณวุฒิทุกคนเห็นด้วยและเห็นว่ามีความเป็นไปได้ในการนำไปสู่การปฏิบัติจริงในโรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
ตรัยธนา เชาวนปรีชา.(2555). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมโรงเรียนกับองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานบันระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย. “วิทยานิพนธ์” มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2557). การประกันคุณภาพการศึกษา. วารสารวิชาการ 1, 4 (เมษายน 2541)
ทิศนา แขมมณี. (2545). พฤติกรรมผู้นำทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิชย์.
ปิยดนัย บุญไมตรี และคณะ. (2556). คูมือแนวทางดำเนินการสำหรับตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการดำเนินงานตามขั้นตอนการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2549-2551.
พันธศักดิ์ พลสารัมย์. (2557). การกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาตามแนว พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2522. กรุงเทพมหานคร.
พระครูปลัดธรรมจริยวัฒน์. (2558). ภาวะผู้นํา. พิมพ์ครั้งที7. กรุงเทพมหานคร: สุขภาพใจ.
รสสุคณธ์ มกรมณี. (2556). การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร.
วิจารณ์ พานิช. (2549) การจัดการความรู้ฉบับนักปฎิบัติ
วิจารณ์ พานิช. (2555) ทักษะภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ : มัลติอินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2556). การบริหาร หลักการ ทฤษฎีและประเด็นทางการศึกษา. กรุงเทพฯ.
ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเรือง, วรางคนา ทองนพคุณ. (2557). การบริหารเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารกับผลปฏิบัติงานวิชาการในสถานศึกษา
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่ 1. “วิทยานิพนธ์”มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สมบัติ กุสุมาวลี. (2558). การศึกษาตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. กรุงเทพฯ:อมรการพิมพ์. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2558). สรุปผลการดำเนินงาน 9 ปีของการปฏิรูปการศึกษา (พ.ศ. 2542-2551). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ หจก.วี.ที.ซี.คอมมูนิเคชั่น.
สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์. (2558). จิตวิทยาการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : เมธีทิปส์.
สุวิมล ว่องวานิช. (2553). ภาวะผู้นำและการจูงใจ. กรุงเทพฯ : โรงพิมจามจุรีโปรดักท์
สัมพันธ์ ทรัพย์แตง. (2557). หลักการและแนวปฏิบัติ.ภาควิชาการการบริหารการศึกษา : คณะศึกษาศาสตร์.มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เอกชัย กี่สุขพันธ์. (2559). หลักมนุษยสัมพันธ์กับการบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
Anderson, J. , (2010). Talent management practice in Italy-implications for human resource development, Human Development International, 15(1), 25-41.
Bellanca & Brandt, Berelson,(1952). Strategic planning workbook for non-profit organizations. NewYork City : Amherst H. Wilder Foundation, Publishing Centre for CulturalResources.
Davidson, C., (2012). Strategic Management: Concept and Case. 10th ed New Jersey :Pearson. Prentice Hall.
Davies, P. M., (2010 ). Evaluating tourism potential: A SWOT analysis of the Western Negev, Israel,Tourism 55 (1): 70-72.
Heck and others, (2015). The collected data was analyzed to estimate the number of personnel knowledgeable personnel consistent feature strategic targets.
Huber, (2011). The perspective of the development of the strategic management in Ukrainian higher education, New Educational Review, 36(2), 240-250.
Levin, D., (2011). Strategic planning workbook for non-profit organizations. NewYork City: Amherst H. Wilder Foundation, Publishing Centre for Cultural Resources.
NASSP, (2013). Circle of Influence: Implementing Shared Decision Making and Participative Management. Lake Forest, IL: New Horizons.
Richard Gregory, (2010). Managerial Initiatives and Rights to Information, Consultation, and Workers’ Participation in the E.C. Countries. Bulletin of Comparative Labour Relations 27:25-41.
Schilling, D., (2013). In search of a liberating practice: leadership, teacher commitment and the struggle for effective schools, International Studies in Educational Administration, 41(3), 95-105.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

