การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • สนั่น ใจโชติ

คำสำคัญ:

ประกันคุณภาพ, ศูนย์การศึกษานอกระบบ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา และ 2) ศึกษาความคิดเห็นการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และพนักงานราชการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา โดยการเปิดตารางเครซี่และมอร์แกน จำนวน 30 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 40 ข้อ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง 0.60 - 1.00 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) ด้วยวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis) และหมุนแกนองค์ประกอบแบบตั้งฉาก (Orthogonal Rotation) ด้วยวิธีแวริแมกซ์ (Varimax Rotation)

ผลการวิจัย พบว่า

  1. องค์ประกอบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา มีจำนวน 6 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การประเมินคุณภาพและจัดทำรายงาน (2) การบริหารจัดการแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (3) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (4) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ต่อเนื่อง (5) การกำหนดมาตรฐานของสถานศึกษา และ (6) การตรวจสอบคุณภาพการศึกษา สามารถอธิบายองค์ประกอบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ได้ร้อยละ 74.938
  2. ระดับความคิดเห็นการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( gif.latex?\bar{X}= 3.81, SD = 0.787)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2549). เอกสารแนวทางการดำเนินงานปฏิรูปการเรียนการสอนตามเจตนารมณ์กระทรวงศึกษาธิการ “2549 ปีแห่งการปฏิรูปการเรียนการสอน”แนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

กิตติภรณ์ ปะติเพนัง. (2550). การพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในด้านการบริหารและการจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านหนองเต่า อำเภอแกงสนามนาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 6. ปริญญานิพนธ์ศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

จันทร์สุดา บุตรชาติ. (2555). “การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วารสารสหวิทยาการวิจัย. 1(1) : 280-298 ; มกราคม-มิถุนายน, 2555.

พงษ์นภา หุนมาตรา. (2553). การพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 1. สารนิพนธ์ กศ.ม., มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2553). วิธีวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์.

ภัทธินีย์ สังข์สอน. (2558). ปัญหาและแนวทางการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2560). ผลการประเมินคุณภาพภายนอก: (ออนไลน์) ค้นจาก http://aqa.onesqa.or.th/SummaryReport.aspx. ค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2560.

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2552). แผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (พ.ศ. 2551-2554). กรุงเทพฯ: รังสีการพิมพ์.

สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2553). แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง สร้างคนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ. วารสารการศึกษาไทย. 59, 3-5.

อัมพวัน ประพงษ์. (2556). แนวทางการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดลำปาง. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย.

Bugg, Kent Andrew. (2001). “Quality Assurance and Improvement Planning in Illinois High Schools,” Dissertation Abstracts International. 61 (May 2001) : 4330–A.

Wong, Magaret N.C. and Li. Hui. (2010) “From External Inspection to Self-Evolution : A Study of Quality Assurance in Hong Kong Kindergartens,” Early Education and Development. 21(2) : 205-233.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย