การพัฒนาตัวชี้วัดทักษะการรู้ดิจิทัลของนักศึกษาวิชาชีพครู ในมหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับ

ผู้แต่ง

  • บงกช ทองเอี่ยม

คำสำคัญ:

ตัวชี้วัด, ทักษะการรู้ดิจิทัล, นักศึกษาวิชาชีพครู, มหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับ

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างตัวชี้วัดทักษะการรู้ดิจิทัลของนักศึกษาวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับ 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของตัวชี้วัดทักษะการรู้ดิจิทัลของนักศึกษาวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับ  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบไปด้วย  ขั้นตอนที่ 1 แบบสัมภาษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 ท่าน  ขั้นตอนที่ 2 แบบประเมินทักษะการรู้ดิจิทัลของนักศึกษาวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยแบบไม่จำกัดรับ  มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 1 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการแจกแจงความถี่ คำนวณค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ และทำการวิเคราะห์องค์ประกอบโดยใช้การวิเคราะห์เชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis : EFA)

ผลการวิจัย พบว่า องค์ประกอบและตัวชี้วัดทักษะการรู้ดิจิทัล มี 3 องค์ประกอบ 11 ตัวชี้วัด ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 “ด้านการสร้างสรรค์” องค์ประกอบที่ 2 “ด้านการใช้”  องค์ประกอบที่ 3 “ด้านความเข้าใจ” เมื่อวิเคราะห์ค่าน้ำหนักองค์ประกอบ ทุกองค์ประกอบเป็นไปตามแนวคิดทางทฤษฎี

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร.(2559).แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพฯ:ผู้แต่ง.

ธิดา แซ่ชิ้นและคณะ.(2559). “การรู้ดิจิทัล:นิยาม องค์ประกอบ และสถานการณ์ในปัจจุบัน” วารสารสารสนเทศศาสตร์. ปีที่ 34 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม 2559)

นิตยา วงศ์ใหญ่.(2560). “แนวทางการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลของดิจิทัลเนทีฟ.” ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์
สังคมศาสตร์ และศิลปะ ปีที่ 10 ฉบับที่2 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2560

พิศุทธิภา เมธีกุลและคณะ.(2559). “การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลและพฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ แก่ผู้เรียนของนักศึกษาวิชาชีพครู”วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2559

พีระ จิรโสภณและคณะ.(2559). “ความรู้เท่าทันการสื่อสารยุคดิจิทัลกับบทบาทในการกำหนดแนวทางการปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย” มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

วิทยา คำรงค์เกียรติศักดิ์.(2556) “การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล” เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม 2561.เข้าถึงได้จาก http://www.infocommmju.com/icarticle/index.php?option=com_content&view=article&id=245:20
11-09-09-08-58-37&catid=11:%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%97-
%E0%B9%90%E0%B9%94-%E0%B9%92%E0%B9%92-%E0%B9%90%E0%B9%93-%M-
%S&Itemid=18

แววตา เตชาทวีวรรณและคณะ.(2559) “การประเมินการรู้ดิจิทัลของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” วารสารสารสนเทศศาสตร์. ปีที่ 34 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม )

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.(2559).การรู้ดิจิทัล(Digital Literacy).เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม 2561.เข้าถึงได้จาก https://www.nstda.or.th/th/nstda-knoeledge/142-knowledges/2632

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.(2560). “ทักษะดิจิทัล: การพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0. วลัยรัตน์ ชายท้าวบรรณารักษ์ชำนาญการ กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศสำนักวิชาการ : มิถุนายน 2560

สุภารักษ์ จูตระกูล.(2559). “ครอบครัวกับการเรียนรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy) ของดิจิทัลเนทีฟ (Digital Natives)” วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเชียงราย 11,1 (มกราคม-มิถุนายน):131-150.

สุวิมล ว่องวานิช. (2546). แนวทางการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์. กรุงเทพฯ: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ.

Hair, J.F., Black, W.C., Babin, B.J., & Anderson, R.E. (2010). Multivariate Data Analysis. Seventh Edition.
Prentice Hall, Upper Saddle River, New Jersey.

JISC. (2014). Developing digital literacies. Retrieved 1 August 2017, from https://www.jisc.ac.uk/guides/developing-digital-literacies

Ng,W.(2012).Can we teach digital natives digital literacy?.Computers & Education,59(3), 1065-1078

Hague, C. and Payton, S. (2010). Digital literacy across the curriculum. Bristol:Futurelab.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย