ศึกษาทัศนคติของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค และพฤติกรรมการใช้ Google Apps For Education ในมหาวิทยาลัยสังกัดเอกชน จังหวัดปทุมธานี

ผู้แต่ง

  • นฤมล ตีระพัฒนเกียรติ

คำสำคัญ:

ทัศนคติ, พฤติกรรมการใช้, Google Apps For Education

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ศึกษาทัศนคติของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค และพฤติกรรมการใช้ Google Apps For Education ในมหาวิทยาลัยสังกัดเอกชน จังหวัดปทุมธานี 

ผลการวิจัย พบว่า

              1) ข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี  อาชีพนักศึกษา  ดังนั้นศึกษาทัศนคติของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค และพฤติกรรมการใช้ Google Apps For Education สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนในรูปแบบเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายจากเพื่อนสู่เพื่อน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยของโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค    

            2) การวิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลด้านทัศนคติของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ส่วนใหญ่เป็นคนผู้ใช้ Google ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คในระหว่างสัปดาห์ และส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ทุก ระยะเวลามากกว่า 1.30 ชั่วโมงแต่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง สำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อติดต่อสื่อสารและรับข้อมูล   

            3) การวิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลพฤติกรรมการใช้ Google Apps For Education ส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์ของ Google เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ดังนั้น ทัศนคติของผู้ใช้ และการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศฯ แตกต่างกัน การพัฒนาระบบสารสนเทศของผู้บริหารโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน การยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ

            4) การวิเคราะห์ทัศนคติของผู้ใช้ และการยอมรับ Google App for Education เพื่อสนับสนุน การเรียนการสอน ทัศนคติของผู้ใช้ และการยอมรับของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีต่อ Google App for Education สำหรับการศึกษา โดยมีค่าระดับความเห็นในระดับมาก

            5) การวิเคราะห์ข้อมูลผลการเปรียบเทียบ ทัศนคติของผู้ใช้ และการยอมรับนวัตกรรม Google App for Education เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน สมมติฐานที่ 1 ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ศึกษาทัศนคติของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค และพฤติกรรมการใช้ Google Apps For Education โดยรวมแตกต่างกัน ต่อการศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ ทักษะการใช้งาน ประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์ ความรู้ด้านฐานข้อมูล และความรู้ด้านการพิมพ์เอกสาร การทดสอบสมมุติฐานที่ 2 เป็นการทดสอบสมมติฐานพฤติกรรมการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค และสมมุติฐานที่ 3 เป็นการทดสอบสมมติฐานพฤติกรรมการใช้ google  สำหรับการศึกษาที่ส่งผลต่อการยอมรับนวัตกรรม Google App for Education เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนต่างกัน ผลต่อการศึกษาการยอมรับพฤติกรรมการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คมีผลต่อการยอมรับนวัตกรรม Google App for Education เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

ไพฑูรย์ สิงห์ตา. (2547). การยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศ/การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ/ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่พัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

สุณิสา ศิลปศร. (2543). การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงาน : ศึกษากรณี สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามคำแหง.

ยุทธ ไกยวรรณ์. (2548). สถิติวิจัยทางเทคโนโลยีอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริม กรุงเทพ.

Davis. F.D., Bagozzi, R.P. & Warshaw, P.R. (1989). User Acceptance of Computer Technology: A Comparison of Two Theoretical Models. Management Science, 35.

Rogers, E. M. and Shoemaker, F. F. (1971). Communication of Innovations; A Cross Cultural Approach. New York: The Free Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย