ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ, ผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การศึกษาเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ ผู้สูงอายุ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนคร ราชสีมา จำนวน 362 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC.) ระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของตัวแปรด้านความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ การเข้าถึงแหล่งบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ การได้รับอิทธิพลจากบุคคลอื่นในการดูแลสุขภาพของผู้สูง อายุ และพฤติกรรมการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ เท่ากับ 0.76, 0.83 , 0.97 ,0.96, และ 0.79 ตามลำดับ เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือน ธันวาคม 2559 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และสถิติสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) ผลการศึกษาพบว่า
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง ร้อยละ 72.7 มีอายุระหว่าง 60-107 ปี อายุเฉลี่ย 74.02 ปี การศึกษาระดับต่ำกว่าชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 63.0 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนโดยเฉลี่ย 1.940.33 บาท กลุ่มตัวอย่างไม่ได้ประกอบอาชีพ ร้อยละ 73.2 ราย ได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 700-3,000 บาท กลุ่มตัว อย่างมีระดับความรู้เกี่ยวกับการดูแล และทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ระดับปานกลาง ร้อยละ 61.9 และ 45.6 มีระดับการเข้าถึงแหล่งบริการสุข ภาพในภาพรวมและการได้รับอิทธิพลจากบุคคลอื่นในการดูแลสุขภาพ อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 69.6 และ 37.6 และมีระดับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพระดับปานกลาง ร้อยละ 43.6 การเข้าถึงแหล่บริการสุขภาพ และการได้รับอิทธิพลจากบุคคลอื่น มีความ สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.404 , 0.311, P-value < .05) ส่วนความรู้ และทัศนคติเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติ กรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ
เอกสารอ้างอิง
เกษม เที่ยงรอด. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท. (วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ, วิทยาลัยนครราชสีมา).
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2552). แผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545-2564). สืบค้นจาก : <www.dop.go.th/th/laws/1/28/766> 20 ตุลาคม 2559.
เนตรดาว จิตโสภากุล. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ตำบลบึงศาล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก. สืบค้นจาก : <www.ptu.ac.th/journal/data/6-3/6-3-19.pdf> 20 ตุลาคม 2559.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2559). การสำรวจสุขภาพคนไทย พ.ศ.2557. สืบค้นจาก: <http://www. dop.go.th/th/know/1> 20 ตุลาคม 2559.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2559). สถิติประชากรของประเทศไทย. สืบค้นจาก: <www.nso.go.th/ sites/2014> 20 ตุลาคม 2559.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). การสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2558. สืบค้นจาก: <service. nso.go.th> 20 ตุลาคม 2559.
สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. (2556). รายงานการสำรวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556. สืบค้น จาก: <www.hitap.net/wp-content/uploads/2014/10/รายงานผู้สูงอายุ-2556.pdf>20 ตุลาคม 2559.
สุทามาศ พินิจ. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท. (วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ, วิทยาลัยนครราชสีมา).
Cronbach L. (1951). "Coefficient alpha and the international structure of test". Psychomerika. 1951; 16: 297 - 334.
Daniel, W.W. 1995. Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences. 6thed. New York: John Wiley&Sons.
Lawrence W. Green Green, L.W. (1974). "PRECEDE PROCEED Model: Toward cost–benefit evaluations of health education: some concepts, methods, and examples". Health Education Monographs .2 (Suppl. 2): 34–64.
World Pop Data. (2016). World Population Data. Available: <www. worldpopdata.org/> October 20, 2016.
United Nation. (2016). World Population Situation. Available : < https://www.un.org/.../world-population-> October 20, 2016.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

