ภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน

ผู้แต่ง

  • ธนพลอยสิริ สิริบรรสพ นักษาปริญญาเอก สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผล, ยุคดิจิทัล, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) ศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน 2) วิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนและ3)ตรวจสอบความสอดคล้องขององค์ประกอบภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ จำนวน 460 คณาจารย์/นักวิชาการ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน เครือข่ายภาคกลางตอนบน จำนวน 15 มหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างได้แก่ 210 คน ปีการศึกษา 2561  กำหนดขนาดจากตารางเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน    ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน

          ผลการวิจัย พบว่า

  1. องค์ประกอบภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนมี 4 องค์ประกอบได้แก่ การมีวิสัยทัศน์ การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์
  2. ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนจำนวน 72 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ ด้านการมีวิสัยทัศน์มี 17 ตัวบ่งชี้ ด้านการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ มี 18 ตัวบ่งชี้ ด้านแรงบันดาลใจมี 21 ตัวบ่งชี้ และด้านความคิดสร้างสรรค์มี 16 ตัวบ่งชี้ และมีความเหมาะสมตามเกณฑ์
  3. ผลการตรวจสอบพบว่า องค์ประกอบภาวะผู้นำทางวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์

 

เอกสารอ้างอิง

ขนิษฐา โพธิสินธุ์. (2559). รูปแบบภาวะผู้นำเชิงวิชาการที่มีประสิทธิผลของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารพัฒนาเทคนิคศึกษา, 28(97), 60-65.

วีรยุทธ ชาตะกาญจน์. (2551). เทคนิคการบริหารสำหรับนักบริหารการศึกษามืออาชีพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สถาบันพัฒนาความก้าวหน้า. (2553). ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์ใหม่. กรุงเทพฯ: เอส.พี.เอ็น. การพิมพ์.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากลพ.ศ.2558 (IMD 2015). กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สุรจิตย์ ผิวงาม. (2558). ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิผลของผู้บริหารในโรงเรียนดีเด่น: พหุกรณีศึกษา. วารสารมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 38(4), 11-16.

เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. (2554). ความเที่ยงตรงตามเนื้อหา. ใน สารานุกรมวิชาชีพครูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.

Alpay, Ersozlu., & Emine, Saklan. (2016). Instructional Leadership in Higher Education: How Does It Work?. British Journal of Education, 4(5), 1-15.

Blasé, Joseph. & Blasé, Jo. (2000). Effective instructional leadership: teachers' perspectives on how principals promote teaching and learning in schools. Journal of Educational Administration, 38(2), 130-141.

Cambell, Peter. (2018).The effective instructional leader. Journal of Educational Admini- stration, 3(8), 134-141.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient Alpha and the Internal Structure of Tests. Psychometrika, 6 (3), 297-334.

Elaine, G. (2016). Activity-based Costing. Retrieved November 24, 2005, from http://www. detrick/diction.cfm.

Hair, Joseph F, & et al. (2010). Multivariate Data Analysis: A Global Perspective (7th ed.). Upper Saddler River: Pearson.

Irfan, Bashir. & Usman, Khalil. (2017). Instructional Leadership at University Level in Pakistan: A Multi Variable Based Comparative Study of Leadership Styles of Heads of Academic Departments. Bulletin of Education and Research, 39(1), 175-186.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-12-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย