การพัฒนารูปแบบการบริการเป็นเลิศสำนักงานทนายความ จังหวัดสมุทรปราการ
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, สำนักงานทนายความ, รูปแบบการบริการ, จังหวัดสมุทรปราการ, คุณภาพการบริการบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1. ความคิดเห็นของประชาชนในการบริการสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ 2. เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับการบริการสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ และ3. เพื่อศึกษารูปแบบการบริการสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ ประชาชนที่ใช้บริการสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ 6 อำเภอ และไม่ระบุอำเภอ รวมทั้งสิ้น 1,000 คน เลือกเป็นกลุ่มตัวอย่าง 400 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ ทาโรยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า (t-test, F-test) ถ้าพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จะทดสอบค่าเฉลี่ยรายคู่โดยวิธีการเปรียบเทียบพหุคูณ (Multiple Comparison Procedure) ด้วยวิธีการเชฟเฟ่ (Scheffe' Method) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณในการวิเคราะห์การถดถอย (Multiple Regression Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1) การพัฒนารูปแบบการบริการเป็นเลิศสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ ผลการวิเคราะห์ความเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคุณภาพการบริการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือด้านบริการเป็นเลิศ และด้านการสร้างความสัมพันธ์
2) เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคนกับการบริการสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า ด้านเพศ ระดับการศึกษา อาชีพ ถิ่นที่อยู่อาศัย รายได้เฉลี่ยต่อเดือน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนการบริการของสำนักงานทนายความทั้ง 6 อำเภอ และไม่ระบุอำเภอ มีความต่างกัน
3) รูปแบบการบริการสำนักงานทนายความจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า คุณภาพการบริการส่งผลต่อการบริการที่เป็นเลิศในทางบวก (β = .614, Sig < .01) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเชิงบวก (R = .641) ได้ค่า (R2= .377) ร้อยละ 37.7 คุณภาพการบริการส่งผลต่อการสร้างความสัมพันธ์ในทางบวก (β = .370, Sig < .01) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเชิงบวก (R = .307) ได้ค่า (R2= .137) ร้อยละ 13.7 การสร้างความสัมพันธ์ส่งผลต่อการบริการที่เป็นเลิศในทางบวก (β = .553, Sig < .01) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเชิงบวก (R = .553) ได้ค่า (R2= .306) ร้อยละ 30.6
เอกสารอ้างอิง
ขจรศักดิ์ เตียวสุวัฒน์. (2550). กลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการบริการรับชำระค่าไฟฟ้าของสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดอุบลราชธานี (ภาคนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาการจัดการทั่วไป). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
ขวัญฤทัย สุริยงค์. (2552). คุณภาพการบริการของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ในเขตจังหวัดนนทบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาการจัดการ). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชนะดา วีระพันธ์. (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริการขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเก่าอำเภอพานทองจังหวัดชลบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน).วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์, และคณะ. (2541). กลยุทธ์ การตลาดและการบริการตลาด. กรุงเทพมหานคร: ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์.
Cohen, J. M., & Uphoff, N.T. (1980). Participations place in rural development: Seeking clarity through specificity. New York: World Developments.
Katz, E., & Brenda D. (1995). Bureaucracy and the public (5th ed.). New York: Basic Books.
Keawchaoon, Kittitach. & Phasunon, P. (2014). The Factors Effecting Job Satisfaction of Flight Attendants: A Case Study of Airline in Bangkok Metropolitan. Dusit Thani College Journal, 8(2).
Millet, J. D. (1954). Management in the Public Service. New york: Mc Graw Hill Book, Company.
Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A Multi–item Scale for Measuring Consumer Perception of Service Quality. Journal of Retailing, 64(1), 12-40.
Sullivan. H.S. (1953). The interpersonal theory of psychiatry. New York: Norton.
Taro Yamane. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row Publications.
Wang, In-Jung. (1986). Delivery of Public Services in Asian Countries: Cases in Development Administration. Bangkok: Thammasart University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

