การสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจตนเองของคนพิการ

ผู้แต่ง

  • ศิริวรรณ เจียรชัชวาลวงศ์, วิทยาธร ท่อแก้ว, สุภาภรณ์ ศรีดี, นิภากร กำจรเมนุกูล คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

คำสำคัญ:

การสื่อสาร, การสร้างแรงบันดาลใจ, คนพิการ

บทคัดย่อ

   การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจตนเองของคนพิการเกี่ยวกับ 1) รูปแบบการสื่อสาร 2) เนื้อหาการสื่อสาร 3) ปัจจัยที่มีผลต่อการสื่อสาร 4) ปัญหาและแนวทางแก้ไขการสื่อสาร 5) แนวทางการพัฒนาการสื่อสาร การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตการณ์ ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ คนพิการต้นแบบทางการเคลื่อนไหว จำนวน 25 คน และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูคนพิการ จำนวน 6 คน เลือกแบบเจาะจงและเทคนิคสโนว์บอล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัย พบว่า การสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจตนเองของคนพิการมีรูปแบบและเนื้อหาแบ่งเป็น 4 ขั้นได้แก่ 1) รูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ขั้นแรกคือ การสื่อสารภายในตนเองโดยคิดอย่างมีเหตุผล ขั้นที่สอง คือ การสื่อสารผ่านการกอดสัมผัสเพื่อปลอบใจ ขั้นที่สามคือ การฟังอย่างมีวิจารณญาณ ขั้นที่สี่คือ การสื่อสารภายในตนเองด้วยการคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อความอยู่รอด 2) เนื้อหาการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ขั้นแรก คือ การข้ามผ่านอุปสรรค ขั้นที่สองคือ การมองโลกในแง่ ขั้นที่สามคือ การข้ามผ่านอุปสรรคด้วยการให้กำลังใจตนเอง และการปรับตัวที่สี่ คือ การคิดสร้างสรรค์ 3) ปัจจัยที่มีผลต่อการสื่อสารสร้างแรงบันดาลใจด้านบุคลิกภาพ คือ การมีอุปนิสัยแบบเปิด กล้าแสดงออก เปิดเผย และปัจจัยด้านกลุ่มอ้างอิง คือ การมีครอบครัวที่มีความใกล้ชิดและเข้าใจซึ่งกันและกัน 4) ปัญหาการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ คือ บุคคลที่เกี่ยวข้องขาดทักษะด้านข้อมูล ขาดรูปแบบการนำเสนอที่ดี  การแก้ไขปัญหาการสื่อสารสร้างแรงบันดาลใจ คือ ผู้ส่งสารมีการสื่อสารอย่างเป็นกันเอง นำเสนอเนื้อหาสารให้น่าสนใจ 5) แนวทางการพัฒนาการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ คือ คนพิการต้องสื่อสารภายในตนเองด้วยการคิดอย่างมีสติและสร้างสรรค์ ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาและอุปสรรคด้วยการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการอ่าน การเห็น การฟัง และการสัมผัส

เอกสารอ้างอิง

วรรณี ศรีวิลัย. (2554). ปัจจัยความสำเร็จการดูแลคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตกรณีศึกษาตำบลคูบัว ดอกตะโก ดอนแร่ อ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี. (พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี.

วิทยา นาควัชระ. (2548). วิธีคิดให้ชีวิตเป็นสุข. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ. กู้ดบุค

Andrea L. Dixon &Susan M.B. Schertzer.(2005). Bouncing back how salesperson optimism and self-efficacy influence attributions and behaviors following failure. Journal of Personal Selling and Sales Management. 25: 361-369. Volume 25, 2005 - Issue 4

Bandura, A. (1977). Principle of Behavior Modification. New York: Holt, Renehart and Winston.

Beverley J. Antle,and Other.(2009).The many layers of social support capturing the voices of young people with spina bifida and their parents. Journal of Health & social work. 34(2) p.97-106.

Carolyn M.Del, Polito. (1977) Intrapersonal Communication. (California ; Cummings Publishing Company, 1977) pp.2-7.

DaVito, Joseph A .(2017). Human communication: The basic course (14th edition). Boston: Allyn & Bacon.

Littlejohn,Stephen W. and Other. (2017). Theories of Human Communication. (11th edition). United States: Wadworth Cingage Learning.

Stoltz, P.G. (2000). Adversity quotient @ work Make everyday challenges. New York : Harper Collins

Thrash, T. M., & Elliot, A. J. (2003). Inspiration as a psychological construct. Journal of Personalityand Social Psychology, 84, 871-889.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-12-16

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย