พฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรของนักธุรกิจ บริษัท แด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด
คำสำคัญ:
รูปแบบ, พฤติกรรมการสื่อสาร, องค์ประกอบการสื่อสารบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารของ นักธุรกิจบริษัท แด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด (2) ศึกษาองค์ประกอบในการติดต่อสื่อสาร ของนักธุรกิจบริษัทแด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด และ (3) เปรียบเทียบรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารและองค์ประกอบในการติดต่อสื่อสาร จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา และ ตำแหน่งทางธุรกิจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักธุรกิจของ บริษัทแด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 390 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัย คือแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารและ องค์ประกอบในการสื่อสารภายในองค์กร วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานการวิจัยโดยใช้สถิติ t-test และ One-way ANOVA ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
นักธุรกิจบริษัทแด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด มีรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กร จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ ด้านพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารแบบแนวนอน ด้านพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารแบบล่างขึ้น และ ด้านพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารแบบบนลงล่างอยู่ในระดับมากตามลำดับ นักธุรกิจบริษัทแด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด มีองค์ประกอบในการสื่อสารภายในองค์กร จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้รับสาร ด้านผู้ส่งสาร และด้านช่องทาง อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ส่วนด้านสาร อยู่ในระดับมากที่สุด
ผลการเปรียบเทียบรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสาร ของนักธุรกิจบริษัทแด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งทางธุรกิจต่างกัน สรุปได้คือ นักธุรกิจที่มีเพศต่างกัน มีรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสาร ได้แก่ ด้านการสื่อสารแบบล่างขึ้นบน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านการสื่อสารแบบบนลงล่าง และด้านการสื่อสารแบบแนวนอนไม่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่มีอายุต่างกัน มีรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสาร ได้แก่ ด้านการสื่อสารแบบบนลงล่าง และด้านการสื่อสารแบบล่างขึ้นบน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านการสื่อสารแบบแนวนอนไม่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสาร ได้แก่ ด้านการสื่อสารแบบล่างขึ้นบน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านการสื่อสารแบบบนลงล่างและด้านการสื่อสารแบบแนวนอนไม่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่มีตำแหน่งทางธุรกิจต่างกัน มีรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสาร ได้แก่ ด้านการสื่อสารแบบบนลงล่าง ด้านการสื่อสารแบบล่างขึ้นบน และด้านการสื่อสารแบบแนวนอน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ผลการเปรียบเทียบองค์ประกอบในการสื่อสาร ของนักธุรกิจบริษัทแด๊กซิน (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งทางธุรกิจต่างกันสรุปได้ดังนี้ นักธุรกิจที่มีเพศต่างกัน มีองค์ประกอบในการสื่อสาร ได้แก่ ด้านผู้ส่งสาร และด้านผู้รับสาร แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านสาร และด้านช่องทางไม่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่มีอายุต่างกัน มีองค์ประกอบในการสื่อสาร ได้แก่ ด้านสาร และด้านช่องทาง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านผู้ส่งสาร และด้านผู้รับสาร ไม่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีองค์ประกอบในการสื่อสาร ได้แก่ ด้านผู้ส่งสาร ผู้รับสาร และด้านช่องทาง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านสาร ไม่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่มีตำแหน่งทางธุรกิจต่างกัน มีองค์ประกอบในการสื่อสาร ได้แก่ ด้านผู้ส่งสาร ผู้รับสาร ด้านสารและด้านช่องทางแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
ชญานิษฐ์ สุขเกษม. (2551). สัมฤทธิผลของรูปแบบการสื่อสารภายในองค์กรของบริษัท เพน พับลิชชิ่ง จำกัด. วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2555). การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย:คุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัธรา นักรา. (2550). กลยุทธ์การสื่อสารที่ใช้ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงของธนาคารไทยพาณิชย์ จากัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ยุพาพร ทองอินทร์. (2555). ความคิดเห็นเกี่ยวกับบรรยากาศการสื่อสารภายในองค์กรของพนักงานโรงแรมโมเวนฟิค รีสอร์ท แอนด์สปา กะรนบีชภูเก็ต. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รสชงพร โกมลเสวิน. (2558). ทฤษฎีและพฤติกรรมการสื่อสาร หน่วยงานที่ 8-15 (เอกสารประกอบการสอน). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
วรวงษ์ เอี่ยมสำอาง. (2557). การศึกษารูปแบบการติดต่อสื่อสาร ภายในและภายนอกองค์กร ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการในเขตกรุงเทพมหานคร. การศึกษาอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
วิเชียร วิทยอุดม. (2550). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: ธนธัชการพิมพ์.
วิรัช สงวนวงศ์วาน. (2550). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ . กรุงเทพฯ :ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ศศิพงษ์ ศรีสวัสดิ์.(2559). การพูดเพื่อการสื่อสาร. อุดรธานี: โรงพิมพ์บ้านเหล่าการพิมพ์.
สิน พันธุ์พินิจ. (2551). เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์
สุรพงษ์ โสธนะเสถียร และวัลลีย์ ศรีประภาภรณ์. (2550). โครงการหลักและแนวทางการบริหารการสื่อสาร : มิติทั้งสามในด้านการสื่อสารเพื่อการจัดการ การจัดการทางการสื่อสาร และการบริหารงานสื่อสารมวลชน : ระยะที่ 2 การจัดการทางการสื่อสารในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล.กรุงเทพฯ:สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
เสนาะ ติเยาว์. (2551). การสื่อสารในองค์กร (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสาตร์.
อวยพร พานิช และคณะ. (2553). ภาษาและหลักการเขียนเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรุณรัตน์ ชินวรณ์. (2553). สื่อประชาสัมพันธ์ Public Relations Media. กรุงเทพฯ: บริษัท วี พริ้นท์ (1991) จำกัด
Wang, C. J. (2006). Designing communicative tasks for college English courses. China: Chongqing Normal University.
Zivrbule, L. (2015). Internal communication as a tool for enhancing employee motivation case study of Roche Latvia.
Retrieved May 20, 2017, from https://lup.lub.lu.se/luur/download?
func=downloadFile&recordOId=5468404&fileOId=5468407
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

