มาตรการปราบปรามการเงินนอกระบบของออสเตรเลีย
คำสำคัญ:
สถาบันการเงิน/ตัวแทนค้าเงินทางเลือกนอกระบบ, การเงินนอกระบบธนาคาร/ธนาคารใต้ดิน, การทำรายงานธุรกรรมทางการเงิน, ผู้ทำธุรกรรมค้าวัตถุมีค่า, ผู้ทำธุรกรรมค้าเงินสดบทคัดย่อ
ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีระบบกฎหมายเกี่ยวกับการปราบปรามการฟอกเงินที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เป็นกฎหมายที่มีมาตรการป้องปรามและปราบปรามการฟอกเงินทุกรูปแบบอย่างครบวงจร และมีหน่วยงานกลางที่ปราบปรามการฟอกเงินที่เข้มแข็ง อันได้แก่ AUSTRAC และมีบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามเงินนอกระบบอยู่หลายฉบับ โดยเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าเงินทั้งหลาย (Agents) จะต้องเข้ามาอยู่ในระบบ กล่าวคือ ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงินมีหน้าที่ต้องทำรายงานข้อมูลของลูกค้า ข้อมูลธุรกรรม และรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 AUSTRAC ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการค้าเงินที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Cash Dealer) ทั้งนี้ให้รวมไปถึงสถาบันการเงินทางเลือกนอกระบบ (Alternative Remittance Agent) ด้วย ซึ่งขยายความให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าเงินตรา (Cash Dealer) และธุรกิจเกี่ยวกับการค้าวัตถุมีค่า (Bullion Seller) อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่ารูปแบบของมาตรการที่ใช้กับสถาบันการเงินนอกระบบของออสเตรเลียจะมีความคล้ายคลึงกับกฎหมายของหลายประเทศ จากการศึกษาพบว่าธุรกิจเงินนอกระบบในออสเตรเลียมักมีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด องค์กรอาชญากรรม หรือเพื่อการหลบเลี่ยงการเสียภาษีสรรพากร ดังนั้น รัฐบาลออสเตรเลียจึงต้องออกมาตรการเข้ามาควบคุมการทำธุรกรรมทางการเงินประเภทนี้ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายในเรื่องการรายงานธุรกรรมทางการเงิน (Transaction Report Act) สำหรับสถาบันการเงินทางเลือกนอกระบบเพื่อให้มีการจดบันทึกรายงานธุรกรรมทางการเงิน ที่เกี่ยวกับการซื้อขายเงินตราและตราสารทางการเงินทุกประเภท และกำหนดฐานความผิดในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราที่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี หรือเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชญากรรม เพื่อป้องกันและปราบปรามเงินนอกระบบ
เอกสารอ้างอิง
จุฑารัตน์ โยธินวิสิษฐ์. (2552). มาตรการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด : ศึกษากรณีดอกผลของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ต่อศักดิ์ สวัสดีมงคล. (2552). การวิเคราะห์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการเลือกตั้งในกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
AUSTRAC. (1988). AUSTRAC Guideline No. 7. Retrieved from https://www.austrac.gov.au/sites/default/files/documents/guideline_7_archived.pdf
AUSTRAC. (2013). Typologies vulnerabilities. Retrieved from https://www.austrac.gov.au/typologies-2013-typologies-vulnerabilities
AUSTRAC (2018a). Suspicious matter reports (SMRs). Retrieved from https://www.austrac.gov.au/suspicious-matter-reports-smrs.
AUSTRAC (2018b). Typologies paper. Retrieved from https://www.austrac.gov.au/typologies-2018-typologies-paper. Australian Transaction Report Act 1988.
AUSTRAC (2018c). Retrieved from https://www.austrac.gov.au/business/legislation/ftr-act
Buencamio, L. and Gorbunov, S. (2002). Informal Money Transfer Systems: Opportunities and Challenges for Development Finance. United Nations.
Carroll, L. C. (2002). Alternative remittance systems distinguishing sub-systems of ethnic money laundering in Interpol member countries in the Asian Continent. Interpol.
Cassidy, W. L. (1994). Fei Chien or Flying Money: A Study of Chinese Underground Banking. WODC Information Desk.
FATF-GAFI (2002). Guidance for Financial Institutions in Detecting Terrorist Financing: Financial Action Task Force on Money Laundering. Paris: FATF Secretariat.
Goodman, S. (2000). Fei Ch'ien Rinse Out; sino faturist under currency", Money Laundering in the 21th Century: Risks and Countermeasures / Adam Greycan and Peter Grabersky (editors). Canberra: Australian Institute of Criminology.
Molini, I. V. (2003). Measure against money laundering activities. Retrieved from https://www.emcdda.europa.eu/attachements.cfm/att_6222_EN_Measures%20against%20money%20laundering%20activities.doc
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

