อุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ของนิสิตปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
คำสำคัญ:
อุดมการณ์ทางการเมือง, ประชาธิปไตย, นิสิตปริญญาตรีบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับของการขัดเกลาทางสังคมและระดับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของนิสิต 2) เปรียบเทียบอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยตามปัจจัยส่วนบุคคลของนิสิต3)เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการขัดเกลาทางสังคมกับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของนิสิตและ4) เพื่อศึกษาอิทธิพลของการขัดเกลาทางสังคมที่มีต่ออุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของนิสิตกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ นิสิตปริญาตรี ชั้นปีที่ 4 ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน จำนวน 158 คนใช้วิธีคัดเลือกแบบสุ่มตัวอย่างจากประชากร ผลการวิจัยพบว่า
- ระดับการขัดเกลาทางด้านครอบครัว ด้านเพื่อน ด้านศาสนา อยู่ในระดับปานกลาง ด้านสื่อมวลชน ด้านสถาบันทางการศึกษา อยู่ในระดับสูง ระดับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยในด้านต่าง ๆ อยู่ในระดับสูง
- ปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ อาชีพครอบครัว รายได้ครอบครัว ที่แตกต่างกันมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน
- ความสัมพันธ์ระหว่างการขัดเกลาทางด้านครอบครัว ด้านเพื่อน ด้านศาสนา ไม่มีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ส่วนในด้านสื่อมวลชล ด้านสถาบันทางการศึกษา มีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ทางการเมือง
- การขัดเกลาทางสังคมด้านเพื่อน ด้านครอบครัว ด้านศาสนา ด้านสื่อมวลชน และด้านสถาบันการศึกษา ทั้งหมดรวมกันสามารถทำนายอุดมการณ์ทางเมืองแบบประชาธิปไตยได้ร้อยละ 35.9 (R Square= .359) โดยมีลำดับตัวทำนายที่สำคัญเรียงจากมากไปน้อย คือ การขัดเกลาทางสังคม ด้านสื่อมวลชน (Beta= .48) ด้านสถาบันการศึกษา (Beta= .29) ด้านศาสนา (Beta= .28) ด้านครอบครัว (Beta= .06) และด้านเพื่อน (Beta= .01) ตามลำดับ
ข้อค้นพบจากงานวิจัย คือ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นงานวิจัยนี้จะทำให้ทราบถึงระดับการขัดเกลาทางสังคมและอุดมการณ์ทางการเมืองและอิทธิพลของการขัดเกลาทางสังคมต่ออุดมการณ์ทางการเมือง เพื่อนำมาปรับใช้ให้นิสิตมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยที่มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
งามตา วนินทานนท์. (2536). ลักษณะทางพุทธศาสนาและพฤติกรรมศาสตร์ของบิดามารดาที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูบุตร. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2515). อุดมการณ์ทางการเมืองไทย, ในอุดมการณ์ในสังคมไทย, สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2517). การเมืองรัฐศาสตร์การเมืองของโลก. กรุงเทพฯ: เคล็ดไทย.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2519). ประชาธิปไตย สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ กับการเมืองไทย. กรุงเทพฯ: พิฆเนศ.
ปฬาณี ฐิตวิวัฒนา. (2523). สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
พิพัฒน์ แสนปารี. (2560). การใช้อำนาจแบบเผด็จการกับการใช้อำนาจแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย. วารสารศูนย์พัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 2(2), 37-40.
มัลลิกา บุนนาค. (2548). สถิติเพื่อการวิจัยและตัดสินใจ. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถานสถาน. (2524). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊ค.
ลิขิต ธีรเวคิน. (2546). อุดมการทางการเมืองและการพัฒนาประเทศ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2538). การวิจัยการตลาด (ฉบับมาตรฐาน). กรุงเทพฯ: ไดมอน อิน บิสสิเน็ต เวิร์ล.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2559). เยาวชนกับการมีส่วนร่วมพัฒนาประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ:สำนักการพิมพ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
สิทธิโชค วรานุสันติกูล. (2549). จิตวิทยาสังคม: ทฤษฎีและการประยุกต์. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
สุวินัย ภรณวลัย. (2548). การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในเชิงลึก. กรุงเทพมหานคร: Openbooks.
สุวิมล ติรกานันท์. (2548). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์ แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: โรง พิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพัตรา สุภาพ. (2541). จับใจคน จับใจงาน (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพาณิช.
อมร รักษาสัตย์, และคณะ. (2539). ประชาธิปไตย อุดมการณ์ หลักการ และแบบอย่างการปกครองหลายประเทศ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Cohen, J. (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.
Hair, J. F., Black, W. C., & Babin, B. J. (2010). Multivariate data analysis: A global perspective. NJ: Pearson Prentice-Hall.
Karl Popper. (1902). Philosophy of Science. NY: Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

