การส่งเสริมอาชีพช่องทางเพิ่มรายได้ในสถานการณ์ระบาดโควิด - 19 ในเขตกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การส่งเสริมอาชีพ, เพิ่มรายได้ , โควิด 19บทคัดย่อ
นับตั้งแต่ประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ประชาชนตกงานอันเนื่องจากธุรกิจหลายแห่งต้องปิดกิจการ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ภายใต้สภาวะวิกฤตดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยสนใจศึกษาเรื่อง การส่งเสริมอาชีพช่องทางเพิ่มรายได้ในสถานการณ์ระบาดโควิด - 19 ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมอาชีพในช่วงสถานการณ์การระบาดโควิด -19 2) เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ประโยชน์ของการส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ในช่วงสถานการณ์การระบาดโควิด -19 3) เพื่อศึกษาการส่งเสริมทักษะอาชีพการทำงานที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต จากการมีรายได้เพิ่มจากการส่งเสริมอาชีพในช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด - 19 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการศึกษา โดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน ผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้มีระดับความสำคัญมากที่สุด 2) การรับรู้ประโยชน์ของการส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ในช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด -19 มีความสำคัญในระดับมากที่สุด 3) การส่งเสริมอาชีพมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตจาการส่งเสริมอาชีพในช่วงสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในระดับค่อนข้างสูง และผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การส่งเสริมอาชีพมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความรู้ความเข้าใจ การรับรู้ประโยชน์ และคุณภาพชีวิตจากการมีรายได้จากการส่งเสริมอาชีพในช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด - 19 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P-value < .05
เอกสารอ้างอิง
กรมการจัดหางาน. (2564). โครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพสู้วิกฤตโควิด-19 กระทรวงแรงงาน. สืบค้นจาก
https://www.doe.go.th/prd/main/news/param/site/1/cat/7/sub/0/pull/ detail/view/detail/object_id/34132
กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยว. (2564). สถานการณ์การท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม 2564 สืบค้นจาก
https://mots.go.th/download/article/article_20210626132450.pdf
เกวรินทร์ ละเอียดดีนันท์ และนิตนา ฐานิตธนกร. (2559). การยอมรับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ที่มี ผลต่อการตัดสนใจซื้อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ).
เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช, ผ่องศรี วาณิชย์ศุภวงศ์, วุฒิชัย เนียมเทศ, ณัฐวิทย์ พจนตันติ. (2559).ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21: ความท้าทายในการพัฒนานักศึกษา.
วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาพใต้, 3(2), 208-222.
ปิยะวัฒน์ ตรีวิทยา. (2559). กรอบแนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต. วารสารเทคนิคการแพทย์เชียงใหม่, 49(2), 171-184.
รวิกันต์ เสริมศาสตร์. (2564). ปัจจัยการรับรู้คุณภาพ การรับรู้ประโยชน์ และความพึงพอใจในการใช้บริการส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้บริการผ่าน LINE@ สมาร์ท
เมมเบอร์ของบริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน). สืบค้นจาก https://mmm.ru.ac.th/MMM/IS/vlt15-1/6114993607.pdf
วศะ ธรรมจักรและคมสัน ตันสกุล. (2563). อิทธิพลของภาพลักษณ์แบรนด์การรับรู้ประโยชน์และการคล้อยตามที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อลูกอมปราศจากน้ำตาลของ
ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร. ใน การประชุมนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาครั้งที่ 15 ปีการศึกษา 2563. (น.8-17). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยรังสิต.
ศกุนต์ แพรเพ็ชร และณัฐยา ประดิษฐสุวรรณ. (2561). การรับรู้ประโยชน์ และคุณภาพบริการที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจในการใช้บริการรับโอนเงินผ่าน
พร้อมเพย์ของผู้ใช้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร. สืบค้นจาก http://kowdum.com/article/fileattachs/18052018112252_f_0.pdf
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ). (2564). ผลกระทบทางสังคมของการระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่และมาตรการ. สืบค้นจาก
https://tdri.or.th/nrct-covid-19/
Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement,
(3), 607 – 610.
Paul, B. (2007). Fear of Knowledge: Against relativism and constructivism.Oxford: Clarendon.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

