การจำแนกปัจจัยและจัดกลุ่มพฤติกรรมการตระหนักรู้ต่อการฉีดวัคซีนป้องกัน โรคระบาดโควิด-19 (COVID-19) ของผู้สูงอายุในเขตบางแค

ผู้แต่ง

  • ประกาศ ปาวา ทองสว่าง คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
  • กันต์ธนัท วงษ์สิริมนตรี คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
  • ประวีณ ไม้เกตุ คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
  • เบญจมาภรณ์ จันทร คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, การตระหนักหรือรับรู้ , โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิเคราะห์ปัจจัยหลัก และจัดกลุ่มพฤติกรรมการตระหนักรู้ ต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิด-19 (COVID-19) ของผู้สูงอายุในเขตบางแค ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เป็นกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปในเขตบางแค จำนวน 400 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายในการเก็บข้อมูลแบบลักษณะของการตอบแบบสอบถามที่ประกอบไปด้วย การตระหนักรู้ถึงโรคระบาดโควิด-19 พฤติกรรมการป้องกัน และการเตรียมตัวก่อนการฉีดวัคซีน ในการศึกษาพฤติกรรมของตัวอย่างใช้วิธีการแจกแจงความถี่ และร้อยละของคำตอบที่ได้ สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยหลักซึ่งมีทั้งหมด 9 ด้าน ได้นำมาวิเคราะห์องค์ประกอบหลักและหมุนแกนปัจจัยด้วยวิธี Varimax เพื่อสกัดองค์ประกอบหลักที่มีค่า Eigenvalues มากกว่าหรือใกล้เคียง 0.5 จากนั้นนำองค์ประกอบหลักที่สกัดได้มาจัดกลุ่ม โดยใช้วิธีการจัดกลุ่มแบบ K-Means

               ผลวิจัยพบว่า ตัวอย่างมีพฤติกรรมการตระหนักรู้ว่าการที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพียง 1 คน ทำให้สามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ เฉลี่ย 2-4 คน ผู้ป่วยมักจะมีอาการไอ มีไข้ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีความเสี่ยงมากสุด สำหรับองค์ประกอบหลักของการตระหนักรู้ที่สกัดได้จะมี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านโอกาสการติดเชื้อ (Eigenvalues = 2.371 และร้อยละความแปรปรวน = 26.341) ด้านสุขอนามัย (Eigenvalues = 1.939 และร้อยละความแปรปรวน = 21.540) ด้านประโยชน์ของวัคซีน (Eigenvalues =1.007 และร้อยละความแปรปรวน = 11.183) ด้านความเสี่ยง (Eigenvalues = 0.871 และร้อยละความแปรปรวน = 9.676) และด้านอุปสรรคต่อการรับวัคซีน (Eigenvalues = 0.750 และร้อยละความแปรปรวน = 8.338) ส่วนการจัดกลุ่มจากการสกัดองค์ประกอบ สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุที่คำนึงถึงความรุนแรงของเชื้อไวรัส Covid-19 (ร้อยละ99.75) และกลุ่มผู้สูงอายุที่คำนึงถึงประสิทธิภาพของวัคซีน (ร้อยละ 0.25) ดังนั้น หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงควรเน้นให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในเรื่องของความรุนแรงของเชื้อและประสิทธิภาพของวัคซีนที่ได้รับ

 

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2564). แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับประชาชน. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายงานโรคไวรัสโคโรนา 2019. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข

กัญญาภัค ประทุมชมภู. (2559). ปัจจัยแรงจูงใจในการป้องกันโรคที่มีผลต่อการรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวดชลบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา).

ชุติมา บุญทวี. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจฉีดวัคซีนป้องกัน โคโรนา ไวรัส (COVID-19) เข็มกระตุ้น ของบุคลากรกลุ่มงานพยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพ ชีวิต, 2(2), 49-60.

นภชา สิงห์วีรธรรม เพ็ญนภา ศรีหริ่ง อรนุช ทองจันดี วุฒิกุล ธนากาญจนภักดี อัจฉรา คำมะทิตย์ และกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2565). ความเต็มใจยอมรับและความเต็มใจที่จะจ่ายเงินการได้รับการฉีด วัคซีนกระตุ้นซ้ำป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. สืบค้นจากhttps://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5547?locale- attribute=th

บวรลักษณ์ ขจรฤทธิ์ และบุฏกา ปัณฑุรอัมพร. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประชากรในจังหวัดสมุทรปราการ. สืบค้นจาก

https://mmm.ru.ac.th/MMM/IS/sun18/6214070058.pdf

ประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2520). ทัศนคติ:การวัดการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมอนามัย. (พิมพ์ครั้งที่1).กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพาณิชย์.

ปภัสนันท์ ชมจันทึก. (2561). พฤติกรรม การ เปิด รับ ทัศนคติ และ กระบวนการ ตัดสินใจ ท่องเที่ยวตามแฮ ชแท็ก ท่องเที่ยวบน ทวิตเตอร์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).

ไพรัชฌ์ สงคราม จักรสันต์ เลยหยุด พรรณิภา ไชยรัตน์ มิ่งขวัญ ภูหงส์ทอง ชัญญรัชต์ นกศักดา และวิราสินี สีสงคราม. (2564). ความต้องการวัคซีนโควิด-19 และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพร้อมของบุคลากรสาธารณสุขในการบริการวัคซีนโควิด-19 จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(ฉบับเพิ่มเติม 2 กรกฎาคม - สิงหาคม 2564), 199-207.

ไมตรี ธนประสิทธิ์พัฒนา. (2561). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี. จันทบุรี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2525). พัฒนาหลักสูตรการสอน. มิติใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ศิริพร วามะศิริ. (2560). คลิปสปอนเซอร์ กับการเปิดรับข่าวสารทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ความงาม:กรณีศึกษาบิวตี้บล็อกเกอร์ Mayyr. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).

สาโรจน์ นาคจู. (2564). พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของ ประชาชน ใน กรุงเทพมหานคร. The Journal of Pacific Institute of Management Science (Humanities and Social Science), 7(3), 151-160.

สุภาภรณ์ วงธิ. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสุโขทัย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยนเรศวร).

สร้อยตระกูล (ติวยานนท์) อรรถมานะ. (2541). พฤติกรรมองค์การ : ทฤษฎีและการประยุกต์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Cochran, W.G. (1977) Sampling Techniques. (3rded). New York: John Wiley & Sons.

Wongratana, C. (2010). Techniques for using statistics for research. Nontaburi: Thainiramitkij Infographic.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-28

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย