การประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา
คำสำคัญ:
ภาษาอังกฤษ, ทักษะการพูดเพื่อการสื่อสาร, การเรียนรู้แบบทีมเป็นฐานบทคัดย่อ
การสื่อสารในชีวิตประจำวันเป็นเครื่องมือสำคัญของบุคคลที่ใช้ในการติดต่อและการแสวงหาความรู้ การสื่อสารของบุคคลจึงมีความสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่นำไปจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับการสื่อสารเพื่อการประกอบอาชีพ ปัญหาในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารประการหนึ่งเกี่ยวข้องกับแบบเรียนหรือหนังสือเรียนที่ใช้ในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนั้นมีลักษณะของเนื้อหาและกิจกรรมที่กำหนดออกแบบมาไม่เอื้อต่อครูผู้สอนในการนำไปใช้พัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้แบบทีมเป็นฐาน(Team Based Learning)ที่เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ซึ่งประกอบด้วยขั้นการมอบหมายให้ศึกษาด้วยตนเอง ขั้นการทดสอบความรู้พื้นฐานรายบุคคล ขั้นการสรุปองค์ความรู้เพื่อการทดสอบระดับกลุ่ม ขั้นการเขียนสรุปแนวคิด ขั้นการเสนอแนะของครูผู้สอน ขั้นการวิเคราะห์เพื่อเสนอผลการเรียนรู้และขั้นการสะท้อนผล ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง เน้นความร่วมมือเป็นทีมอย่างสร้างสรรค์ เป็นการทำงานร่วมกันตามจากความสามารถที่แตกต่างของผู้เรียนมีเป้าหมายที่ชัดเจน กล่าวได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้เรียนและครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
บงกชกร มาศธนานันต์. (2565). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร. (การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร).
บุศรา โขมพัตร. (2563). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบใช้ทีมเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษและเจตคติต่อการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
ปรัชญนันท์ นิลสุข. (2560). เอกสารประกอบการอบรมเทคนิคการจัดการเรียนการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) และการเรียนรู้เป็นทีม (Team Based Learning) เพื่อพัฒนาบัณฑิตมืออาชีพ. คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.
ทวีศักดิ์ ชูมา. (2560). แนวทางการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้รูปแบบกลวิธีการสื่อสาร.วารสารจุฬาวิชาการ, 3(1), น. 128.
ภิรญา ผลเกิด (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทีมเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์).
สินีภรณ์ วัฒนจินดา. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบทีมเป็นฐานต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์. วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา, 7(3), น. 27 -32.
สิริพงศ์ พรมมา. (2560). การพัฒนาความสามารถการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนการศึกษานอกระบบ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยการเรียนรู้แบบสตอรี่ไลน์. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม).
อาภัสรา สังขวาสี. (2564). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนระดับประกาศวิชาชีพปีที่ 1 โดยใช้การเรียนรู้แบบทีมเป็นฐาน (Team Based Learning). (ปริญญานิพนธ์หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
ไอยฤทธิ์ ไทยพิสุทธิ์กุล. (2559). การอำนวยกระบวนการเรียนรู้แบบเป็นทีม (Facilitation in Team – Based Learning). เวชบันทึกศิริราช, 9(2), น. 75)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

