บบทบาทผู้บริหารในการส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลครูเอกชนกลุ่มอนุบาลและประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
บทบาทผู้บริหาร , สมรรถนะดิจิทัลครู , สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบทบาทผู้บริหารในการส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลให้ครูเอกชน กลุ่มอนุบาลและประถม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 2) เปรียบเทียบบทบาทผู้บริหารในการส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลให้ครูเอกชน จำแนกตามเพศ อายุ การศึกษา ประสบการณ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นครู 136 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีค่าความตรง 0.80-1.00 ความเที่ยง 0.90 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การตรวจสอบความแตกต่างรายคู่ด้วย LSD ผลการวิจัยพบว่า 1) บทบาทผู้บริหารในการส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลให้ครูเอกชน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน คือ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการสอน และอยู่ในระดับมาก 6 ด้าน เรียงจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย คือ ด้านจริยธรรมและความปลอดภัย ด้านการจัดการทรัพยากรดิจิทัลทางการศึกษา ด้านการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียน ด้านการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ ด้านการวัดประเมินผล ด้านการสอนและการเรียนรู้ตามลำดับ 2) ผลการเปรียบเทียบบทบาทผู้บริหาร จำแนกตาม เพศ อายุ ประสบการณ์ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นระดับการศึกษา ที่พบว่า ด้านการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ ด้านการสอนและการเรียนรู้ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
นรีกานต์ ทำมาน, สุมาลี ศรีพุทธรินทร์, และจารุวรรณ เขียวน้ำชุม. (2564). สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และแนวทางพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร)
ปรัชญนันท์ นิลสุข. (2566). การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนผ่านเว็บโดยครูต้นแบบ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
ภัทราพร เยาวรัตน์. (2565). การศึกษาสมรรถนะและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช. (2566). เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช.
วิจารณ์ พานิช. (2557). การสร้างการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิมาน กะริอุณะ. (2565). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับครูโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุทธยา)
ศศิรดา แพงไทย. (2559). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย, 6(1),7.
ศุภกฤต ดิษฐสุวรรณ. (2566). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(2)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). การพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอนภาษาไทยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4. วารสารวิชาการแสงอีสาน, 20(2)
เอม อัชฌา. (2557). ความปลอดภัย. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
Druck, P.F. 2006). Management: Tasks, Responsibilities, Practices. New York: Harper Collins,
Krejcie & Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and
Psychological Measurement, 30(3), 607 – 610.
Rodrigucz.F. (2017). Relation between social environmental responsibility and performance in hotel firms. Hospitality Management, 26, 824-839.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

