การพัฒนารูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านคูเมือง(อ่อนอนุเคราะห์)

Main Article Content

ธีระ ธุศรีวรรณ

บทคัดย่อ

           การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา 2) พัฒนารูปแบบการบริหาร และ 3) ทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูลสำคัญรวม 438 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมิน และแนวทางสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย     ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและปัญหา พบความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบบริหารเพื่อแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้และลดอัตราการหลุดออกนอกระบบ โดยต้องสร้างทางเลือก 3 สาย ได้แก่ สายวิชาการ วิชาช่าง และวิชาชีพ 2) รูปแบบการบริหาร ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ หลักการ แนวคิด วัตถุประสงค์ กระบวนการบริหาร (ร่วมวางแผน ตัดสินใจ ปฏิบัติ ประเมินผล และรับประโยชน์) การประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ ซึ่งผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ 13 ท่าน พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้และประเมินผล รูปแบบที่พัฒนาขึ้นช่วยให้ครูมีความสามารถในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรผ่าน “ห้องเรียนสาธิตและห้องเรียนกึ่งอาชีพ” สูงขึ้น ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และความพึงพอใจของนักเรียนหลังใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ นักเรียนเกิดทักษะชีวิตและมีแนวทางการศึกษาต่อตามศักยภาพรายบุคคลอย่างชัดเจน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธุศรีวรรณ ธ. (2026). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านคูเมือง(อ่อนอนุเคราะห์). วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 8(3). สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/286552
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กันต์ธร หิรัญลักษณ์. (2564). ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธนา ธุศรีวรรณ. (2562). การพัฒนารูปแบบการชี้แนะเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สำหรับครูระดับมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ธีรวัฒน์ ศรีบุรมย์ และ กนิษฐ์ ศรีเคลือบ. (2566). การพัฒนาเครื่องมือวัดทักษะการทำงานเป็นทีมของครูในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. วารสารการวัดผลการศึกษา สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา, 40(108), 65.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. (14 สิงหาคม 2542). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก.

พิชญาภา ยืนยาว. (2562). ภาวะผู้นำทางการบริหารการศึกษาและสถานศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

มนตรี พรผล. (2566). รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน Gen Z ตามบริบทสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(40), 1219-1234.

ศิริเกศ เพ็ชรขำ. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมส่งผลต่องานวิชาการในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

สมชาย อู่สุวรรณ และคณะ. (2566). การพัฒนาการบริหารจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. วารสารร่วมพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, 41(3), 156.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. พริกหวาน กราฟฟิค.

สุทิสา สุธาบูรณ์. (2567). โรงเรียนต้องเปลี่ยน เพื่อไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.). https://www.eef.or.th.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2560). การวิจัยประเมินผลการเรียนรู้. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

DuFour, R., & Eaker, R. (2009). Professional learning communities at work: Best practices for enhancing student achievement. Solution Tree Press.

Prenger, R., Poortman, C. L., & Handelzalts, A. (2017). Factors influencing teachers’ professional development in networked professional learning communities. Teaching and Teacher Education, 68, 77-90.

Sergiovanni, T. J. (1994). Building community in schools. Jossey-Bass.