การประเมินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัยของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัยของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2 ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) 2) ด้านกระบวนการ (Process) 3) ด้านผลผลิต (Output) และเพื่อหาแนวทางพัฒนาโครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัยของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2 แหล่งข้อมูล ประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 254 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, pp.609-610) ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 63 คน ครูผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 63 คน ครูปกครองนักเรียนปฐมวัย จำนวน 64 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 64 คน และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพัฒนาการโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัย จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ฉบับที่ 1 ได้ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.60-1.00 และฉบับที่ 2 ได้ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.60-1.00 ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ฉบับที่ 1 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.930 และฉบับที่ 2 สำหรับผู้ปกครองนักเรียนปฐมวัยและคณะกรรมการสถานศึกษา ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.952 และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แจกแจงความถี่ (f) และวิเคราะห์การจัดลำดับ
ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทยระดับปฐมวัยของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินตามเกณฑ์ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ซึ่งด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ
ด้านกระบวนการ (Process) รองลงมาได้แก่ ด้านผลลัพธ์ (Output) และ ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ตามลำดับ แนวทางการพัฒนาโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัยของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2 ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ด้านสรุปได้ดังนี้ 1) ด้านปัจจัยนำเข้า โรงเรียนควรส่งเสริมการอบรมผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจแนวทางโครงการ ร่วมวางแผนและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควรวางแผนงบประมาณอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมปรับปรุงพื้นที่การเรียนรู้ให้ปลอดภัยเหมาะสม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาโครงการ 2) ด้านกระบวนการ โรงเรียนควรวิเคราะห์หลักสูตรปฐมวัยเพื่อบูรณาการกิจกรรมวิทยาศาสตร์ตามแนวคิด STEM โดยส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง จัดอบรมและประชุมร่วมระหว่างผู้บริหาร ครู และผู้รับผิดชอบโครงการ พร้อมใช้เทคโนโลยีและข้อมูลการประเมินผลพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจัดทำรายงานสรุปผลและเผยแพร่ข้อมูลเพื่อใช้วางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปอย่างเป็นระบบ 3) ด้านผลลัพธ์ โรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูออกแบบกิจกรรมวิทยาศาสตร์ตามบริบทโรงเรียน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเรียนรู้ พร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ผลงานกับเครือข่ายการศึกษา ผู้บริหารและครูควรวิเคราะห์ผลและเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อพัฒนากิจกรรมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงและคิดอย่างสร้างสรรค์
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เหมือนพิมพ์ รอบคอบ. (2568). สมรรถนะดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐไทยกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล:วิเคราะห์ผ่านกรอบแนวคิด 4M (Man, Money, Material, Management). วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม, 1(4), 61-63.
ภาควัต ศรีสุรพล และ ศิวัช ศรีโภคางกุล. (2560). แนวทางการส่งเสริมกลุ่มอาชีพให้มีความเข้มแข็งในตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. รายงานวิจัยวิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ตะวัน เขตคง และภูมิพิพัฒน์ รักพรมงคล. (2567). แนวทางพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2. วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 16(1), 65.
มินา เนียมนคร และ ภูมิพิพัฒน รักพรมงคล. (2563). การประเมินโครงการ การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของโรงเรียนบ้านร่มเกล้า 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตากเขต 2. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 5(9), 57.
นารากร โตบำรุง และภูมิพิพัฒน์ รักพรมงคล. (2567). แนวทางพัฒนาการทำงานเป็นทีมในความปกติใหม่ ของครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1. วารสาร สังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 6(1), 224.
อภันตรี นาคอำไพ เรืองเดช ศิริกิจ และกาญจนา ตระกูลวรกุล. (2566). การประเมินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยโดยใช้แนวคิดการประเมินกรณีที่ประสบความสำเร็จ. วารสารการวัดผลการศึกษา, 40(107), 345–346.
มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. (2566). รายงานผลการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ประจำปี 2566. มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 (ฉบับ ปรับปรุง). สศช.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2023). ผลการประเมิน PISA 2022. กรุงเทพฯ: สสวท.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). นโยบายและจุดเน้นการขับเคลื่อนการจัด การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
วัฒนะ อินไข และมัตธิมา กรงเต้น. (2567). การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระทรวงศึกษาธิการ. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 4(3), 185.
เพชรดาว นิลสว่าง. (2566). การพัฒนาตัวบ่งชี้การบริหารการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผลสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 609-610.