ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการสำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการสำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการสำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และครู ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด ปีการศึกษา 2567 จำนวน 250 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ 8 คน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ 8 คน และครู 234 คน และมีกลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 3 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพที่เป็นอยู่จริงและสภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89 และ 0.98 ตามลำดับ และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNIModified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการ โดยภาพรวมมีค่า PNI Modified เท่ากับ 0.17 สภาพที่เป็นอยู่จริงอยู่ในระดับมาก และสภาพที่ควรจะเป็นอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ งานวิทยบริการและห้องสมุด งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน งานสื่อการเรียนการสอน งานวัดผลและประเมินผล งานแผนกวิชา และงานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการทั้ง 6 งาน ประกอบด้วย การสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยบริการ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ การประเมินและพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะร่วมกับสถานประกอบการ การกำกับติดตามแผนการเรียนให้สอดคล้องกับโครงสร้างหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ การพัฒนาศักยภาพครูด้านการผลิตและใช้สื่อการเรียนการสอน การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการวัดผลและประเมินผล การนิเทศการสอนตามกระบวนการ PDCA การประชุมกลุ่มย่อยระดับแผนกวิชาอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการจัดทำบันทึกข้อตกลง หลักสูตร และแผนการฝึกร่วมกับสถานประกอบการ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กิ่งแก้ว เกตุสม. (2563). การประเมินความต้องการจำเป็นในการให้บริการของศูนย์ออกกำลังกาย Fitness SU ED Center คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. รายงานการวิจัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กระทรวงศึกษาธิการ.
กุลิสรา สุวรรณ. (2561). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากับการปฏิบัติงานวิชาการของครูผู้สอนในสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษากรุงเทพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยพะเยา.
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สำนักงาน. (2546). กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
จันทร์เพ็ญ หรดี. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
จรรยาภรณ์ ภูกลาง. (2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นุชเรศ คำดีบุญ. (2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.
ปัญจรัตน์ ทองคำสุข. (2560). แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี.
รัฐนภูมิ เรืองสอาด. (2564). แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐในจังหวัดสมุทรปราการตามแนวคิดนิสัยอุตสาหกรรม. สารนิพนธ์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการดำเนินงานระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2552). ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2547). พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. สำนักการพิมพ์.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี เรือนแก้ว. (2560). การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. วิทยานิพนธ์บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
เอกพจน์ สิงห์คำ. (2562). ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
Altschuld, J. W., & Witkin, B. R. (2000). From needs assessment to action: Transforming needs into solution strategies. Sage.
Guba, E. G., & Lincoln, Y. S. (1982). The place of values in needs assessment. Educational Evaluation and Policy Analysis, 3(4), 311–320.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2001). Educational administration: Theory, research, and practice (6th ed.). McGraw-Hill.
Kaufman, R., & English, F. W. (1981). Needs assessment: Concept and application. Educational Technology Publications.
Kaufman, R., Rojas, A. M., & Mayer, H. (1993). Needs assessment: Concepts and applications. Educational Technology Publications.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Reviere, R., Berkowitz, S., Carter, C. C., & Graves-Ferguson, J. (1996). Needs assessments: A practical guide. Taylor & Francis.
Rouda, R. H., & Kusy, M. E. (1995). Needs assessment: The first step. Brandon-Hall.
Witkin, B. R., & Altschuld, J. W. (1995). Planning and conducting needs assessment: A practical guide. Sage Publications.