การส่งเสริมการมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครู ด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มสหวิทยาเขตลุ่มน้ำเมย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก

Main Article Content

จารุพร จะนะ
สิทธิชัย มูลเขียน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)การมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครู ด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล 2)แนวทางการพัฒนาการส่งเสริมการมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครู ด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล ของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มสหวิทยาเขตลุ่มน้ำเมย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก การวิจัยผสานวิธี ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 186 คน การสุ่มอย่างง่าย และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ เลือกแบบเจาะจง จำนวน 5 คน เครื่องมือ ได้แก่ เป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.96 และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา


                ผลการวิจัยพบว่า


         1) การส่งเสริมการมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครู ด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล ของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มสหวิทยาเขตลุ่มน้ำเมย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พบว่า ด้านการประเมินเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ มากที่สุด ด้านการทำข้อตกลงในการพัฒนางาน(PA)  ด้านการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบ DPA และ ด้านการจัดให้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก


          2) แนวทางการพัฒนาการส่งเสริมการมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครู ด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล ของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มสหวิทยาเขตลุ่มน้ำเมย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พบว่า การจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ดิจิทัล และจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการผลิตสื่อดิจิทัล ส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สนับสนุนให้ครูใช้เครื่องมือที่หลากหลายพัฒนาผลการปฏิบัติงานของตนเอง จัดระบบให้คำปรึกษาแก่ครู ทั้งในด้านการจัดทำข้อตกลง PA และการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ โดยจัดตั้งทีมที่ปรึกษาและทีมสนับสนุนด้านเทคนิค สื่อสารออนไลน์เพื่อให้คำแนะนำทุกเวลา และทันต่อความต้องการ โดยผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพัฒนาวิทยฐานะผ่านระบบดิจิทัลได้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จะนะ จ. ., & มูลเขียน ส. (2025). การส่งเสริมการมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครู ด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มสหวิทยาเขตลุ่มน้ำเมย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก . วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 9(4), 117–131. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/aa-09
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิ่งกาญจน์ สุขสำราญ. (2565). แนวทางการสร้างแบบสอบถามเพื่อการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์การศึกษาไทย.

จารุพร จะนะ. (2568). การส่งเสริมการมีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับครูด้วยระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มสหวิทยาเขตลุ่มน้ำเมย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก. การศึกษาค้นคว้าอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่.

ธนิต รัตนศักดิ์ดา. (2565). เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: บริษัทเอเชียการพิมพ์.

บุญทัน ดอกไธสง. (2537). การจัดองค์การ (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ประวิต เอราวรรณ. (2564). การประเมินวิทยฐานะครูแนวใหม่. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 13(1), 1–8.

ประวิต เอราวรรณ์. (2564). แนวคิดการประเมินวิทยฐานะครูในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิชาการครูไทย.

มนตรี ขอบุญ. (ม.ป.ป.). การเชื่อมโยงระบบการประเมินวิทยฐานะกับการบริหารทรัพยากรบุคคล. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ.

ระบบสารสนเทศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก. (2567). ข้อมูลครูและโรงเรียนกลุ่มลุ่มน้ำเมย. ตาก: สพม.ตาก.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2565). คู่มือระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA). กรุงเทพมหานคร: ก.ค.ศ.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก. (ม.ป.ป.). แผนบริหารจัดการความเสี่ยง. ตาก: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก.