การปรับตัวของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • ราชาวดี ศรีสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมโศกราช
  • กันตภณ หนูทองแก้ว มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมโศกราช
  • เดชชาติ ตรีทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมโศกราช

คำสำคัญ:

การปรับตัวต่อการเกิดอุทกภัย, พื้นที่เสี่ยงภัย, ตำบลนาเขลียง

บทคัดย่อ

                 สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาการปรับตัวของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อเปรียบเทียบการปรับตัวในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของประชาชนที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการปรับตัวในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชากร ได้แก่ ประชาชนในเขตตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนประชากรทั้งหมด 968 ครัวเรือน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตาราง Krejcie และ Morgan ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 274 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แบบปลายปิดและแบบปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test ค่า F-test และทดสอบค่าคะแนนเฉลี่ยรายคู่ โดยวิธี LSD

       ผลการวิจัยพบว่า

  1. ประชาชนมีการปรับตัวในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบล นาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านการเตรียมพร้อมและป้องกัน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการลดความสูญเสีย ส่วน ด้านการฟื้นฟูและเยียวยา มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ตามลำดับ
  2. ผลการเปรียบเทียบการปรับตัวในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของประชาชน ที่มี เพศ ต่างกัน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ส่วน อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน พบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการปรับตัวในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ ได้แก่ ควรมีจัดการประชุมวางแผนการปฏิบัติงาน การเตรียมความพร้อม โดยประสานงานทุก ๆ ฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จัดให้มีการอบรมเพื่อเพิ่มความรู้และเพิ่มประสบการณ์ในการลดความสูญเสียและการปรับตัวในพื้นที่เกิดอุทกภัย ซักซ้อมแผนการปฏิบัติงานโดยจำลองสถานการณ์จริงเพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ควรรับฟังเสียงจากประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ หรือผู้ที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์อุทกภัย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุง และพัฒนาระบบการฟื้นฟูและเยียวยาให้ดีมากยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

ณรงค์ ดำกุล. (2558). แนวทางการจัดการวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัด ระนอง. การประชุมวิชาการและนำเสนอผลการวิจัย ระดับชาติและนานาชาติ กลุ่มระดับชาติ ด้านมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.

ไททัศน์ มาลา และคณะ. (2558). บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีกับการจัดการปัญหาอุทกภัย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 9(3), 172-183.

เศกสิน ศรีวัฒนานุกูลกิจ. (2553). การจัดการสาธารณภัย. เชียงใหม่: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2554). การจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูหลังการเกิดภัย กรณีศึกษาไทยและต่างประเทศ. กรุงเทพมหานคร: บริษัทศูนย์พิมพ์เพชรรุ่ง จำกัด.

สุรีย์ เรืองมณี. (2558). การจัดการพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในอำเภอนบพิตา จังหวัดนครศรีธรรมราช. ใน วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาชาวิชาการออกแบบและวางผังชุมชนเมือง. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12/31/2019

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีสวัสดิ์ ร., หนูทองแก้ว ก., & ตรีทรัพย์ เ. (2019). การปรับตัวของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่ ตำบลนาเขลียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 4(2), 76–89. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/207272

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย