ปรอ จุม เรือง เพรง แขมร์ (ប្រជុំរឿងព្រេងខ្មែរ): ภาพแทนธรรมชาติ ในนิทานพื้นบ้านเขมร
คำสำคัญ:
ปรอ-จุม เรือง-เพรง แขมร์, ภาพแทนธรรมชาติ, นิทานพื้นบ้านเขมรบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพแทนธรรมชาติในนิทานพื้นบ้านเขมร ฉบับแปลภาษาไทยที่ตีพิมพ์เผยแพร่โดยคณะที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมเขมร พ.ศ. 2540 โดยศึกษาการวิจัยเชิงเอกสาร ผ่านข้อมูลนิทานพื้นบ้านเขมรจำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ 1) กรุงอุดงค์ 2) เจ้าที่น้ำและเจ้าที่ภูเขา 3) ภูเขาพนมโดนเปญ 4) แร้งหลอกช้างเผือก 5) จระเข้กับคนขับเกวียน 6) เจ้าพ่อหัวโล้น 7) ต้นกล้วยตานีกับต้นหนาด และ 8) ต้นหมากและต้นพลู ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้แนวคิดภาพแทนในการศึกษาภาพแทนธรรมชาติที่ปรากฏในตัวบทนิทานพื้นบ้านเขมร ผลการวิจัยพบว่า ภาพแทนธรรมชาติที่ปรากฏมี 3 ประเด็นหลัก คือ 1) ภาพแทนธรรมชาติในฐานะเป็นความจริงโลกพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาลทัศน์ สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะภูมิประเทศ แหล่งน้ำ ภูเขา บึง แม่น้ำ และระบบความคิด ความเชื่อดั้งเดิม และการดำรงชีวิตของคนเขมร 2) ภาพแทนธรรมชาติในฐานะเป็นผู้ให้ความรู้และอาหาร สะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่ความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในฐานะครูและผู้ให้ และ 3) ภาพแทนธรรมชาติในฐานะเป็นผู้สอนศีลธรรมและจริยธรรม สะท้อนให้เห็นถึงระบบความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพึ่งพาอาศัยและการอยู่ร่วมกัน จากการวิเคราะห์ภาพแทนธรรมชาติในนิทานพื้นบ้านเขมร แสดงให้เห็นถึงรูปแบบภาพแทนธรรมชาติที่ปรากฏในตัวบทนิทานพื้นบ้านเขมร เป็นการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ซึ่งสะท้อนผ่านเรื่องเล่าชาวนา ชาวไร่ ในรูปแบบของนิทาน โดยได้หยิบยกมาเล่าสู่กันฟังผ่านมุขปาฐะจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
เอกสารอ้างอิง
จาบ พิน. (2548). พระราชพิธีทวาทศมาสห หรือพระราชพิธีสิบสองเดือนกรุงกัมพูชา. กรุงพนมเปญ: บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (ทหาชน).
ชาญชัย คงเพียรธรรม. (2559). สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในสังคมเขมร. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 35 (พิเศษ),118-119.
ธัญญา สังขพันธานนท์. (2560). ใช้เพียงเดรัจฉาน: สัตว์ศึกษาในมุมมองของการวิจารณ์แนวนิเวศ. ปทุมธานี: นาคร.
นิทานพื้นบ้านเขมร. (2001). กรุงอุตดงค์. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2001). เจ้าที่น้ำและเจ้าที่ภูเขา. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2001). ภูเขาพนมโดนเปญ. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2001). แร้งหลอกช้างเผือก. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2002). จระเข้กับคนขับเกวียน. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2002). เจ้าพ่อหัวโลน. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2002). ต้นกลัวยตานีและต้นหนาด. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
_____. (2002). ต้นหมากและต้นพลู. กรุงพนมเปญ: คณะที่ปรึกษาวัฒนธรรมเขมร.
บรรจง บุรินประโคน. (2561). คนสวน : ภาพแทนตัวตนเชิงนิเวศของเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ในกวีนิพนธ์“นกชีวิต”. วารสารวิทยาการสิ่งแวดล้อมไทย, 1(2), 74-94.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2559). เรื่อง คู่มือฉุกคิด ความหมายของภูมิวัฒนธรรม การศึกษาจากภายในและสำนึกของท้องถิ่น. กรุงเทพ: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์.
สัจภูมิ ละออ. (2553). เสียมเรียบ สยามแพ้ แขมร์พ่าย. กรุงเทพ: สยามบันทึก.
Buell L. (2003). Writing for an Endangered World: Literature, Culture, and Environment in the U.S. and Beyond. London: An Imprint of Harvard University Press.
Fill, A. & Muhlhausler, P. (2001). The Ecolinguistic Reader. Language, Ecology, and Environment. London and New York: Continuum.
Garrard G. (2004). Ecocriticism. London and New York: Routledge Taylor and Francis Group.
Glotfelty Ch. (1996). The Ecocriticism Reader: Landmarks in Literary Ecology. London: University of Georgia Press.
Hall S. (2003). Representation: Cultural Representations and Signifying Practices. London: The Open University.
Kull K. (1998). Semiotic ecology: Different natures in the semiosphere. London: University of Tartu.
Lakoff G. (1987). Women, Fire, and Dangerous Things: What Categories Reveal About the Mind. Chicago and London: University of Chicago Press.
Mayer C. G. & Sylvia. (2006). Literary studies, ecofeminism and environmentalist knowledge production in the humanities. New York: Amsterdam and New York.
Parsons G. (2008). AESTHETICS AND NATURE. UK: University of Cambridge.
Stibbe, A. (2015). Ecolinguistics: Language, Ecology and the Stories We Live By. London: Routledge.




