ปัจจัยการควบคุมภายในที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการควบคุมภายใน ของสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การควบคุมภายใน, ประสิทธิภาพการควบคุมภายใน, กรมสรรพากรบทคัดย่อ
บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยการควบคุมภายในที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการควบคุมภายในของสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร และ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการควบคุมภายในของสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร จำแนกตามประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันมีผลต่อการดำเนินงาน ซึ่งทำการเก็บรวมรวบข้อมูลจากบุคลากรของสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 336 คน ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และทดสอบสมมติฐานด้วยการใช้การวิเคราะห์แบบถดถอยพหุ (Multiple Regression Analysis) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในปฏิบัติงาน เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพการควบคุมภายในให้กับสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางในการทำงานโดยการนำข้อมูลไปใช้เพื่อพัฒนากระบวนการควบคุมภายในขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 170 คน เพศชาย จำนวน 166 คน มีอายุ 20 - 30 ปี จำนวน 123 คน มีสถานภาพโสด จำนวน 156 คน ระดับการศึกษาปริญญาตรี จำนวน 180 คน มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี จำนวน 98 คน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,000 - 30,000 บาท จำนวน 144 คน ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยการควบคุมภายในจำแนกรายด้าน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยการควบคุมภายในโดยรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.31 แปลความหมายว่า บุคลากรของสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร มีปัจจัยการควบคุมภายในอยู่ในระดับปานกลาง
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ พุฒชาต. (2553). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมภายในโดยการประเมินตนเอง (Control self-assessment CSA) ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กรมสรรพากร. (2562). อัตรากำลัง. เรียกใช้เมื่อ 6 มิถุนายน 2562 จาก http://www.rd.go.th
ณรินทร์ ชำนาญดู. (2548). การบริหารการควบคุมภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มหาวิทยาลัยศิลปากร. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย. (2548). แนวทางการตรวจสอบภายใน. กรุงเทพมหานคร: ดูมายเบส.
ภิญญาพัชญ์ พูลสวัสดิ์. (2552). ความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปะ ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา. มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.
วัลลภ ลำพาย. (2547). เทคนิควิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
วิยดา ปานาลาด. (2548). การบริหารการควบคุมภายในของกระทรวงมหาดไทย จังหวัดนครราชสีมา การศึกษาปัญหาพิเศษ. ใน วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศุภชัย ลีลิตธรรม. (2550). ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบการควบคุมภายในตามแนวทาง COSO มาใช้กับการบริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี. ใน วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี.
สำนักบัญชีและตรวจสอบภายใน กรมบัญชีกลาง. (2546). แนวปฏิบัติการตรวจสอบภายใน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรมบัญชีกลาง.
_______. (2562). ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน. เรียกใช้เมื่อ 19 พฤษภาคม 2562 จาก http://oia.rmutr.ac.th/
สุวิมล ติรกานันท์. (2546). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจฉรารัตน์ สิทธิ. (2553). ทัศนคติของปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการตรวจสอบ ในมุมมองของผู้รับตรวจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ใน วิทยานิพนธ์บัญชีมหาบัณฑิต สาขาบัญชี. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อำนาจ ธีระวนิช. (2547). การจัดการ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ซี.วี.แอล.การพิมพ์.
Gable, R. K. (1986). Instrument developmemt in the affective domain. Boston, MA: Kluwer-Nijhoff.
Hair, J. F. et al. (2006). Multivariate data analysis. (6th ed). New Jersey: Prentice Hall.
Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2(2), 49-60.
Yamane, T. (1973). An Introductory Analysis. (3rd ed.). Tokyo: Harper International Edition.
Wainer, H. & Braun, H. I. (1988). Test validity. New York: Routledge.




