การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการสถานศึกษา, ส่งเสริมงานอาชีพ, โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพ 2) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพ 3) ตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 วิธีดำเนินการวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา โดย 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องใช้ตารางวิเคราะห์เนื้อหา 2) ศึกษาสภาพและแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีการปฏิบัติที่ดีโดยคัดเลือก ได้แก่ โรงเรียนบ้านวังลุง บ้านเขายวนเฒ่า วัดเทวดาราม ชุมชนวัดบางคู และเคียงศิริ ด้วยแบบสัมภาษณ์ 3) ศึกษาแนวทางการบริหารจากผู้บริหาร 20 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์ 4) ยกร่างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา 5) ตรวจสอบร่างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยการสนทนากลุ่ม และ 6) ประเมินความเป็นไปได้และความมีประโยชน์จากผู้บริหาร 20 คน ด้วยแบบสอบถาม โดยใช้ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพและแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และสภาพแวดล้อม 2) ผลการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา ได้แก่ 2.1) ปัจจัยนำเข้า การบริหารสถานศึกษา 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านบริหารบุคคล ด้านงบประมาณ และด้านบริหารทั่วไป 2.2) ด้านกระบวนการ คือ การวางแผน การดำเนินงาน การตรวจสอบ การปรับปรุงและการรายงานผล มีการประสานงานเป็นการขับเคลื่อน 2.3) ด้านผลผลิต คุณภาพผู้เรียนและประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ หน่วยงานต้นสังกัดสนับสนุน และองค์กรภายนอกให้การสนับสนุน 3) ผลการตรวจสอบรูปแบบ มีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติอยู่ในระดับมากและมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ถิรเดช พิมพทองงาม. (2552). สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพครั้งที่ 1). ลพบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ประทุมมาศ รู้ยิ่ง. (20 กรกฎาคม 2563). การสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา. (มาณพ เสียมไหม, ผู้สัมภาษณ์)
ประเทือง นุ่นสงค์. (20 กรกฎาคม 2563). การสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา. (มาณพ เสียมไหม, ผู้สัมภาษณ์)
ประภาพร ซื่อสิทธิกุล. (2560). หลักการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
มนตรี แก้วสำโรง. (2553). การบริหารโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมในเขตพื้นที่อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
สมศักดิ์ แสงสว่าง. (20 กรกฎาคม 2563). การสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมงานอาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา. (มาณพ เสียมไหม, ผู้สัมภาษณ์)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางพุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาโรงเรียนดีประจำตำบลสู่โรงเรียนทำมาหากินสมัยใหม่ เพื่อสร้างคน สร้างงาน สร้างชาติ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2557). ภารกิจและนโยบาย. เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2558 จาก http://www.vec.go.th/Default.Aspx?tabid = 87
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). แนวทางการน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). สมุทรปราการ: บริษัท เอส. บี. เค การพิมพ์ จำกัด.
สุนทร โคตรบรรเทา. (2554). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: ปัญญาชน.
อมเรศ ศิลาอ่อน. (18 มิถุนายน 2552). การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (สุชาติ วงศ์สุวรรณ, ผู้สัมภาษณ์)
อำนาจ ธีระวนิช. (2553). การจัดการยุคใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Eisner, E. (1976). Educational connoisseurship and criticism. Journal of Aesthetic Education, 39(2), 192-193.





