การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ “โรงเรียนเปี่ยมสุข” สำหรับโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, การบริหารจัดการ, โรงเรียนเปี่ยมสุข, โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ “โรงเรียนเปี่ยมสุข” สำหรับโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก 2) ศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารจัดการ “โรงเรียนเปี่ยมสุข” สำหรับโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก และ 3) ทดลองใช้และประเมินรูปแบบการบริหารจัดการ “โรงเรียนเปี่ยมสุข” สำหรับโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นการใช้ระเบียบวิธีวิจัยรูปแบบพัฒนา ได้แก่ 1) ศึกษากรอบแนวคิดในการวิจัย จากการวิเคราะห์เอกสาร 2) ศึกษารูปแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ โดยการสนทนา เลือกตัวอย่างแบบเจาะจงเป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน เพื่อนำมาร่างรูปแบบ 3) ศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารจัดการ ใช้แบบสอบถาม เลือกตัวอย่างแบบเจาะจงเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา จำนวน 248 คน และ 4) ทดลองใช้และประเมินรูปแบบการบริหารจัดการ ใช้แบบประเมินและสัมมนาประชาพิจารณ์ เลือกตัวอย่างแบบเจาะจงเป็นครูผู้สอน จำนวน 34 คน และผู้ปกครอง จำนวน 376 คน จำนวน 400 คน ใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและสรุปเป็นภาพรวม ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบการบริหารจัดการ “โรงเรียนเปี่ยมสุข” มี 3 องค์ประกอบคือ 1.1) ด้านปัจจัยนำเข้า ได้แก่ การมีส่วนร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ และการจัดสภาพแวดล้อม 1.2) ด้านกระบวนการ ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์การ การอำนวยการ และการประเมินผล และ 1.3) ด้านผลผลิตคือ ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ 2) ความเป็นไปได้รูปแบบคือ มีความเป็นไปได้และเหมาะสม ทุกปัจจัย สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 80 และ 3) ทดลองใช้และการประเมินรูปแบบ คือ ครูและผู้ปกครองนักเรียนเห็นด้วยกับรูปแบบการบริหารโรงเรียนระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). นโยบายและจุดเน้น ศธ. ออนไลน์. เรียกใช้เมื่อ 19 มีนาคม 2563 จาก https:///detail.php?NewsID=53369&Key=news2
ชญานี ภัทรวารินทร์. (2556). รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนเอกชน. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยสยาม.
ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์. (2560). แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนจุดเน้นเชิงนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร. (9 มกราคม 2558). วิกฤต โรงเรียนเอกชนไทยเสียง...สะท้อนที่ ศธ. ต้องฟัง. มติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 35 ฉบับที่ 1795, หน้า น.17.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาการพิมพ์.
ผู้เชี่ยวชาญ. (19 สิงหาคม 2563). เรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ “โรงเรียนเปี่ยมสุข” สำหรับโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก. (กัญญาวดี งามแสง, ผู้สัมภาษณ์)
วรวิทย์ สุขะวัชรินทร์. (2557). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีนในประเทศไทย. วารสารวิชาการ Veridian E - Journal, 7(3), 770-783.
วิสาร ปัญญชุณห์. (2564). รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ INTERSECT model. ประจวบคีรีขันธ์: ศึกษาธิการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.
สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน เล่มที่ 12. (2563). โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. เรียกใช้เมื่อ 19 มีนาคม 2563 จาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580). (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2563). จำนวนโรงเรียนเอกชน. เรียกใช้เมื่อ 24 พฤษภาคม 2563 จาก https://drive.google.com/file/d/1Cs8AvT_pncAYzqcS00eAPSYKyy00gumm/view
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper Collins. Publishers.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale”. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.





