การพัฒนาแอปพลิเคชันการรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้า สำหรับผู้ประกอบการชุมชนจังหวัดชลบุรีการพัฒนาแอปพลิเคชันการรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้า สำหรับผู้ประกอบการชุมชนจังหวัดชลบุรี
คำสำคัญ:
การพัฒนาแอปพลิเคชัน, บุคลิกภาพตราสินค้า, ผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน, การตลาดดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพแอปพลิเคชันการจำแนกบุคลิกภาพตราสินค้า 2) ศึกษาการรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้าของผู้ประกอบการชุมชนและ 3) เปรียบเทียบยอดขายสินค้าของผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนหลังการใช้แอปพลิเคชัน ระยะเวลา 4 เดือน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการ รวมทั้งหมด 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แอปพลิเคชันเพื่อการรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้า 2) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับขอบเขตในการพัฒนาแอปพลิเคชัน 3) แบบสอบถามประเมินประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันและ 4) แบบสัมภาษณ์การรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการทำงานของแอปพลิเคชัน มี 6 ส่วน คือ 1.1) การสมัครเข้าเป็นสมาชิก 1.2) ข้อมูลส่วนบุคคล 1.3) ข้อมูลผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน 1.4) แบบสอบถามเพื่อจำแนกอัตลักษณ์ตราสินค้า 1.5) คำอธิบายอัตลักษณ์ตราสินค้า 13 อัตลักษณ์ และ 1.6) กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสม 2) ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน พบว่าผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับดีมากที่สุด 3) การรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้าของผู้ประกอบการชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อผู้ประกอบการรับรู้อัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์สินค้า ได้รับคำแนะนำวิธีการสื่อสารการตลาดแต่ละอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน ได้ทราบกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการขายสินค้า โดยในระยะเวลา 4 เดือน พบว่า ผู้ประกอบชุมชนเกิดการเรียนรู้ รับรู้บุคลิกภาพตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ตนเอง มีความสามารถนำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์คำนึงถึงความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและ ความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลทำให้ยอดขายสินค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพแอปพลิเคชันการจำแนกบุคลิกภาพตราสินค้า 2) ศึกษาการรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้าของผู้ประกอบการชุมชนและ 3) เปรียบเทียบยอดขายสินค้าของผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนหลังการใช้แอปพลิเคชัน ระยะเวลา 4 เดือน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการ รวมทั้งหมด 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แอปพลิเคชันเพื่อการรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้า 2) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับขอบเขตในการพัฒนาแอปพลิเคชัน 3) แบบสอบถามประเมินประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันและ 4) แบบสัมภาษณ์การรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการทำงานของแอปพลิเคชัน มี 6 ส่วน คือ 1.1) การสมัครเข้าเป็นสมาชิก 1.2) ข้อมูลส่วนบุคคล 1.3) ข้อมูลผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน 1.4) แบบสอบถามเพื่อจำแนกอัตลักษณ์ตราสินค้า 1.5) คำอธิบายอัตลักษณ์ตราสินค้า 13 อัตลักษณ์ และ 1.6) กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสม 2) ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน พบว่าผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับดีมากที่สุด 3) การรับรู้บุคลิกภาพตราสินค้าของผู้ประกอบการชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อผู้ประกอบการรับรู้อัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์สินค้า ได้รับคำแนะนำวิธีการสื่อสารการตลาดแต่ละอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน ได้ทราบกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการขายสินค้า โดยในระยะเวลา 4 เดือน พบว่า ผู้ประกอบชุมชนเกิดการเรียนรู้ รับรู้บุคลิกภาพตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ตนเอง มีความสามารถนำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์คำนึงถึงความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลทำให้ยอดขายสินค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
เกษมสันต์ พิพัฒน์ศิริศักดิ์. (2559). การจัดการทางการตลาด. (พิมพ์ครั้งที่ 7). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ดรุณี พลบุตร. (2557). พฤติกรรมผู้บริโภคและปัจจัยการสื่อสารการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องประดับบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้หญิงในเขตกรุงเทพมหานคร. ใน สารนิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการสื่อสารองค์กร. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นววัฒน์ สิทธิพรม. (2558). การรับรู้คุณค่าตราสินค้าผ่านสติ๊กเกอร์ของผู้ใช้ไลน์แอปพลิเคชัน (LINE sponsored sticker). ใน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2547). การวิเคราะห์ตัวแปรจำแนกกลุ่มมหาบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตโดยใช้ระยะเวลาศึกษาภายในสองปีการศึกษาและมากกว่าสองปีการศึกษา. วารสารการศึกษาพยาบาล, 16(1), 71-78.
พรทิพย์ บุญญาณ และกิตติพงษ์ โสภณธรรมภาณ. (2560). การรับรู้การตลาดเชิงบูรณาการต่อผลิตภัณฑ์โทรศัพท์สมาร์ทของผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. วารสารวิชาการ มทร. สุวรรณภูมิ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 2(1), 1-15.
พรรณิสา นิมมานโสภณ. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงจากร้านค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันอินสตาแกรม. เจซี เจอร์นัล, 7(3), 234-252.
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2557). รายงานสถานการณ์วิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 2557. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม.
Aaker, D. A. (1991). Managing brand equity. New York: The Free Press.
Avis, M. (2015). Brand personality factor-based models: A critical review. Australasian marketing journal, Elsevier, 20(1), 89-96.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavior sciences. (2nd ed). Hillsdale NJ: Lawrence Erlbaum.
Keller, K. L. (1993). Conceptualizing, Measuring, and Managing Customer-Based Brand Equity. Journal of Marketing, 57(1), 1-22.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.





