การจัดการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
การจัดการ, งานสาธารณสงเคราะห์, คณะสงฆ์บทคัดย่อ
ความเป็นมาและวัตถุประสงค์: การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ เป็นงานที่อยู่ในรูปแบบของการอาสาสมัคร พร้อมที่จะช่วยเหลือ แสดงถึงความมีเมตตาและเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน งานสังคมสงเคราะห์ยังเป็นหน้าที่หลักของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการจัดการงานสาธารณสงเคราะห์ ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดการงานสาธารณสงเคราะห์ และเสนอแนวทางในการปรับปรุงการจัดการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้ ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลภาคสนามจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ พระสังฆาธิการในเขตอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยแบบเจาะจง การสัมภาษณ์ เชิงลึกมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูป/คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลการสนทนา เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท
ผลการวิจัย: พบว่า การจัดการงานสงเคราะห์ของคณะสงฆ์อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้แนวทางการใช้สถานที่วัด การเป็นผู้นำในการดำเนินงานและเป็นผู้ประสานงาน และการสนับสนุนเงินทุน มีปัญหาและอุปสรรค คือ ขาดบุคลากร ขาดเงินทุนในการปฏิบัติ ขาดการประสานงาน และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน
ความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา: การประยุกต์ใช้หลักธรรมในงานการจัดการ งานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ให้มีความถูกต้องเหมาะสมดีงามอยู่ในกรอบพระธรรมวินัยมีทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เป็นพุทธนวัตกรรม นำไปปฏิบัติให้สอดคล้องได้ในสังคมไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 สาราณียธรรม 6 และพรหมวิหาร 4 เป็นต้น มาช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ประชาชน ชุมชน และสังคม โดยมีเป้าหมายและจุดประสงค์หลักว่า ให้คณะสงฆ์ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีแนวทาง คือ 1) การดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูล 2) การช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของผู้อื่นเพื่อสาธารณประโยชน์ 3) การเกื้อกูลสาธารณสมบัติสถานที่อันเป็นสาธารณสมบัติ 4) การช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ประชาชนทั่วไป อันเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญของคณะสงฆ์ไทยในการช่วยเหลือประชาชนในชุมชนและสังคมควรให้มีความเหมาะสมถูกต้องตามกาลเทศะ และยังเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน อีกทางหนึ่งด้วย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งทางด้านจิตใจ และทางด้านกายภาพ คือ วัตถุสิ่งของ เพื่อให้มีความสมดุลทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ โดยมีวัดและพระสงฆ์เป็นผู้นำที่สำคัญในการดำเนินการช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่าง ๆ นำไปสู่การพัฒนาจิตใจ คุณภาพชีวิต ชุมชนและสังคม และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม อันจะนำความสุขมาสู่ ประชาชน สังคม และประเทศชาติ ให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป เพื่อการพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์แก่สังคมไทยให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
สรุป: จากผลการศึกษาเสนอให้เห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการงานสงเคราะห์ของคณะสงฆ์อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ ควรเตรียมความพร้อมของบุคลากร สร้างเครือข่ายเพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ใช้สื่อสังคม มาใช้ประโยชน์ในการทำงาน ใช้บริการงานโดยดึงประชาชนในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด และใช้การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรที่สามารถสนับสนุนได้ การจัดตั้งกองทุนในการรับบริจาค เพื่อสามารถมีทุนทรัพย์ในการจัดการงานสงเคราะห์
เอกสารอ้างอิง
Kanthadian, W. (2019). The concept of Buddhism for society Sanghadhura and public welfare in the Buddhist way. Printing Law.
Maha Thera Society. (2019). Operating Guide, Sathon Sangha of the Sangha Synod. The Office of Public Welfare, Maha Thera Association.
Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (2018). Buddhism and society. Mahachulalongkornrajavidyalaya Printing House.
Office of Region 16. (2004). Sangha operation manual. Office of Region 16.
Phra Theeraphan Thitthitamo. (2018). Education of the public work of Nakhon Sawan clergy on social development. Academic research journal, 5(2), 25-34.
Phra Thep Pariyatsuthi. (1997). Sangha and religion. Mahachulalongkornrajavidyalaya.
Phrabaidika Phongsakhan Khantipalo & Phramaha Kritthanin Seththametee. (2017). Strategies for public welfare management of the Sangha Administrators Located Mueang District, Chachoengsao Province [Unpublished research report]. Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Phrakru Prabhassittikun. (2012). The Role of the Sangha in Public Aids of the Sangha Community in Amphoe Chaturaphak Phiman, Roi-et Province [Unpublished master's thesis]. Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Phrakrubaidika Suraphon Asabho. (2015). Development of a Public Welfare Model in Buddhist Paradigm [Unpublished doctoral dissertation]. Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Phramaha Bua Piyawano. (2006). Social order of temples. Roongrot Printing.
Phramaha Santi Thanawaro. (2017). Application of Buddhism in the public work of the Thung Khru clergy Bangkok [Unpublished master's thesis]. Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Sangha Synod. (2019). Cotton Public Work Guide of the Sangha Synod. Office of the Public Works of the Sangha Synod.
Wutthakan, G. (1998). The development of the Sangha and religion for national confidence. Department of Religious Affairs.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.





