นวัตกรรมการพัฒนาแพลตฟอร์มการประเมินผลการศึกษายุคดิจิทัล ตามหลักพุทธธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้แต่ง

  • อภิชาติ รอดนิยม คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
  • สมศักดิ์ บุญปู่ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
  • พระครูสังฆรักษ์จักรกฤษณ์ กัติยัง คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

คำสำคัญ:

นวัตกรรมการศึกษา, การประเมินผลการศึกษา, แพลตฟอร์มดิจิทัล, หลักพุทธธรรม, อริยสัจ 4

บทคัดย่อ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์: ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของการจัดการศึกษา โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับระบบ
การเรียนการสอนและการประเมินผลที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตระหนักถึงความสำคัญของการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับหลักพุทธธรรม เพื่อรักษาอัตลักษณ์
และคุณค่าของสถาบันควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของระบบการประเมินผลการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัย พัฒนาแพลตฟอร์มการประเมินผลการศึกษาที่ยึดหลักพุทธธรรม ทดลองใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นในสภาพแวดล้อมจริงของการเรียนการสอน และประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้ใช้แพลตฟอร์ม เพื่อให้การประเมินผลการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยมีความยืดหยุ่น ทันสมัย และส่งเสริมคุณธรรมควบคู่กันไป

วิธีดำเนินการวิจัย: วิจัยชิ้นนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยดำเนินการผ่าน 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ระบบการประเมินผลดิจิทัลในปัจจุบันผ่านการสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหา 2) ออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบ โดยใช้หลักอริยสัจ 4 แห่งพระพุทธศาสนาเป็นกรอบแนวคิด 3) ทดลองใช้แพลตฟอร์มกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 215 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากร และนิสิต และ 4) ประเมินประสิทธิภาพของระบบและความพึงพอใจของผู้ใช้ผ่านการประเมินประสิทธิภาพ การสัมภาษณ์ และการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ผลการวิจัย: แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 โมดูลหลัก ได้แก่ โมดูลการจัดการเนื้อหา โมดูลการจัดการข้อมูลผู้สอน โมดูลการจัดการข้อมูลผู้เรียน โมดูลการประมวลผลรายวิชา โมดูลการจัดการโครงสร้างรายวิชา และโมดูลกิจกรรมการเรียนรู้ โดยแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมานี้เป็นการบูรณาการและเชื่อมโยงระบบ (LMS) สำหรับนิสิต และระบบจัดการเนื้อหา (CMS) สำหรับอาจารย์ผู้สอนได้อย่างครบถ้วน ผลการประเมินพบว่า ระบบมีประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับสูงมาก (equation = 4.55, S.D. = 0.50) โดยเฉพาะในด้านการใช้งานของระบบ (equation = 4.58, S.D. = 0.49) และความง่ายในการใช้งาน (equation = 4.55, S.D. = 0.50) โดยความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับสูงมากเช่นกัน
(equation = 4.51, S.D. = 0.63) โดยเฉพาะในด้านความยืดหยุ่นในการออกแบบรายวิชาและความสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้

ความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมคําสอนทางพระพุทธศาสนา: จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยนี้ คือ การนำหลักอริยสัจ 4 ซึ่งประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค มาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยนำมาใช้ตั้งแต่การระบุปัญหา (ทุกข์) การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา (สมุทัย) การตั้งเป้าหมายเพื่อยุติปัญหา (นิโรธ) และ
การดำเนินแนวทางพัฒนาและปรับปรุงที่ส่งเสริมสมดุลระหว่างปัญญาและจริยธรรมของผู้เรียน (มรรค) การหลอมรวมหลักพุทธธรรมเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้แพลตฟอร์มไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการทางด้านเทคนิค
แต่ยังช่วยส่งเสริมคุณธรรมและการพัฒนาทางสติปัญญาของผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการศึกษา
เชิงพุทธในศตวรรษที่ 21

สรุป: งานวิจัยนี้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มประเมินผลยุคดิจิทัลที่ผสานเทคโนโลยีและหลักพุทธธรรมอย่างลงตัว แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพสูงและได้รับความพึงพอใจ เหมาะกับมหาวิทยาลัยสงฆ์ยุคใหม่ ช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและการประเมินผลที่ยืดหยุ่น ทันสมัย และยึดมั่นคุณธรรม ผลงานนี้เป็นต้นแบบ
ที่สถาบันอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้พัฒนาเครื่องมือประเมินโดยผสมผสานเทคโนโลยีสารสนเทศกับคุณธรรม
ได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

Boeskens, L. (2025). International practices in digital education assessment. Paris, France: OECD Publishing.

Broadbent, J. & Poon, W. L. (2015). Self-regulated learning strategies and student engagement in online learning environments. Internet and Higher Education, 27, 1-13. http://dx.doi.org/10.1016/j.iheduc.2015.04.007.

Chaiyadet, M., Piriyasurawong, P. & Wannapiroon, P. (2024). Ubiquitous Buddhism learning ecosystem model. International Education Studies, 17(6), 105-120.

European Commission. (2020). Digital Education Action Plan (2021-2027): Resetting education and training for the digital age. COM (2020) 624 final. Brussels, Belgium: European Commission.

Gallego-Arrufat, M. J. (2024). Equity challenges in digital learning environments. International Review of Education, 70(1), 105-119.

Grosseck, G., Bran, R. A. & Țîru, L. G. (2024). Digital assessment: A survey of Romanian higher education teachers’ practices and needs. Education Sciences, 14(1), 32. https://doi.org/10.3390/educsci14010032.

Heil, J. & Ifenthaler, D. (2023). Online Assessment In Higher Education: A Systematic Review. Online Learning, 27(1), 187-218. https://doi.org/10.24059/olj.v27i1.3398.

Huang, R., Tlili, A., Chang, T.-W., Zhang, X., Nascimbeni, F. & Burgos, D. (2020). Disrupted classes, undisrupted learning during COVID-19 outbreak in China: application of open educational practices and resources. Smart Learning Environments, 7(1), 19. https://doi.org/10.1186/s40561-020-00125-8.

Hulus, A. (2024). E-Ethical-Learning: Principles and guidelines for ethical digital learning in higher education. ACM Journals, 2024(9). https://doi.org/10.1145/3698381.3686809.

Karunamuni, N. & Weerasekera, R. (2019). Theoretical Foundations to Guide Mindfulness Meditation:

A Path to Wisdom. Current Psychology, 38, 627-646. https://doi.org/10.1007/s12144-017-9631-7.

Khalil, M. & Ebner, M. (2016). De-identification in Learning Analytics. Journal of Learning Analytics, 3(1), 129-138. http://dx.doi.org/10.18608/jla.2016.31.8.

Kitaboo. (2023). Ensuring data privacy in digital assessment: Trends and tools. Karnataka, India: Kitaboo Whitepaper Series.

Meng, H. & Ma, Y. (2023). Machine Learning-Based Profiling in Test Cheating Detection. Educational Measurement: Issues and Practice, 42(1), 59-75.

Noguera, I., Guerrero-Roldán, A. E., Rodríguez, M. E. & Baneres, D. (2019). Students' and Instructors' Perspectives regarding E-Assessment: A Case Study in Introductory Digital Systems. International Journal of Engineering Education, 35(2), 473-490.

OECD. (2023). OECD Digital Education Outlook 2023: Towards an Effective Digital Education Ecosystem. Paris, France. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/c74f03de-en.

Paṇḍavaṃsa. (2022). Digital transformation in Buddhist monastic education: Case study of Sitagu Buddhist Academy. Myanmar Journal of Buddhist Education, 3(1), 45-60.

Rampelt, F. & Budde, J. (2022). Summary. In M. Bandtel et al. (Eds.), Digital Assessment in Higher Education: Perspectives of a European Community of Practice (pp. 7-9). Whitepaper No. 65. Berlin, Germany: Hochschulforum Digitalisierung.

Redecker, C. (2017). European framework for the digital competence of educators: Dig Comp Edu. Luxembourg: Publications Office of the European Union. https://doi.org/10.2760/159770.

Scully, D., Lehane, P. & Scully, C. (2011). “It is no longer scary”: digital learning before and during the Covid19 pandemic in Irish secondary schools. Technology, Pedagogy and Education, 30(1), 159-181. https://doi.org/10.1080/1475939X.2020.1854844.

Tsai, C.-C., Lee, M.-H. & Chai, C. S. (2022). Reimagining assessment in the post-pandemic era: A shift from summative to formative practices. Journal of Educational Technology & Society, 25(3), 51-63.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

09/30/2025

รูปแบบการอ้างอิง

รอดนิยม อ., บุญปู่ ส., & กัติยัง พ. (2025). นวัตกรรมการพัฒนาแพลตฟอร์มการประเมินผลการศึกษายุคดิจิทัล ตามหลักพุทธธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 10(3), 499–512. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/282411

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย