การศึกษารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้แต่ง

  • ณพนต์ ทองยวง บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
  • สมคิด เศษวงศ์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
  • ณิชชา จุนทะเกาศลย์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
  • รวีวรรณ วงค์เดชานันทร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

คำสำคัญ:

รูปแบบ, การเผยแผ่พระพุทธศาสนา, สื่อโซเชียลมีเดีย

บทคัดย่อ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์: ในอดีตการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเน้นการเทศนาสั่งสอน แต่ในปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงหลักธรรมสู่คนรุ่นใหม่ได้สะดวกและรวดเร็ว ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจึงได้นำสื่อเหล่านี้มาประยุกต์ใช้เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงธรรมะสู่คนรุ่นใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยภาคสนามเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิแบบเจาะจง จำนวน 20 ท่าน ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง จำนวน 2 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จำนวน 5 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อดิจิทัล จำนวน 5 ท่าน และคณาจารย์/เจ้าหน้าที่/นิสิต จำนวน 8 ท่าน

ผลการวิจัย: การศึกษาพบว่า มหาวิทยาลัยฯ มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความหลากหลาย เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับยุคสมัย เชื่อมโยงธรรมะกับชีวิตจริงเปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิตและประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหา ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบสำหรับองค์กรทางพุทธศาสนาอื่น ๆ ได้ โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากปัจจัยสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1) การสนับสนุนเชิงนโยบายและการบริหารจัดการ 2) ความพร้อมของบุคลากร 3) โครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี 4) การทำความเข้าใจกับผู้ชมและปรับตัวด้านเนื้อหา และ 5) การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังได้นำเสนอแนวทางการบูรณาการหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาในทุกขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การใช้หลักอิทธิบาท 4, พรหมวิหาร 4 และสัปปุริสธรรม 7 เพื่อวางแผน การบริหารจัดการและการประเมินผล ไปจนถึงการนำหลักสังคหวัตถุ 4 มาใช้ในการพัฒนาเนื้อหาและการผลิตสื่อให้มีคุณภาพและสุดท้ายใช้หลักไตรสิกขาและสติปัฏฐาน 4 ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนิสิต รวมถึงการสร้างเครือข่ายให้เกิดการมีส่วนร่วม เพื่อให้การเผยแผ่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา: บทความวิจัยนี้มีหลักธรรมที่นํามาประยุกต์ใช้ คือ การใช้หลักอิทธิบาท 4, พรหมวิหาร 4, สัปปุริสธรรม 7, สังคหวัตถุ 4, ไตรสิกขา และสติปัฏฐาน 4 สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของวารสารในกลุ่มที่ 2 พระพุทธศาสนาประยุกต์ โดยการนำหลักพระพุทธศาสนาไปประยุกต์กับศาสตร์สมัยใหม่ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

สรุป: งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยฯ มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมมาสู่การสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องพฤติกรรมของผู้รับสารในยุคดิจิทัล ซึ่งดำเนินงานโดยอาศัยปัจจัยสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การสนับสนุนเชิงนโยบายและการบริหารจัดการ ความพร้อมของบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี การทำความเข้าใจ
กับผู้ชมและปรับตัวด้านเนื้อหา และการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ การนำหลักธรรมมาบูรณาการในกระบวนการเผยแผ่ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ การเผยแผ่มีความยั่งยืนและสามารถเป็นต้นแบบให้กับองค์กรพุทธศาสนาอื่น ๆ ได้

เอกสารอ้างอิง

Chatvisut, M. (2019). Online Social Media and Propagation of Buddhism. Journal of Buddhist Studies, 10(2), 521-531.

Damjub, W. (2019). Social Media for Teaching and Learning in the 21st Century. Journal of Liberal Arts, Maejo University, 7(2), 143-159.

Marija, D. C. & Dragovic, A. (2020). The Social Media and Religion - New Challenges. New York, United States of America: Routledge. https://doi.org/10.47054/RDC201043dch

Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (2017). History of Buddhism. Bangkok, Thailand: Mahachulalongkornrajavidyalaya University.

Phra Phromkunaphon (P.A. Payutto). (2010). Buddhism. Bangkok, Thailand: Mahachulalong kornrajavidyalaya University.

Phra Thammapitok (P.A. Payutto). (2000). Dictionary of Buddhism, Compiled Edition. Bangkok, Thailand: Mahachulalongkornrajavidyalaya University Press.

Phrakhrutheerasatpaisal & Phrabaidika Saengtham Supano. (2025). GUIDELINES FOR THE PROPAGATION OF BUDDHISM IN THE DIGITAL AGE. MCU Ubonratchathani Journal of Buddhist Studies, 7(1), 2223-2236.

Phrakhruwinaithon Panya Payawro (Srisamut) & Sapphet, B. (2021). THE MANAGEMENT ON BUDDHISM DISSEMINATION IN DIGITAL ERA. Journal of Social Science and Buddhistic Anthropology, 6(4), 423-433.

Boonti, M. (2012). Marketing Strategy Analysis for Vintage Fashion Business Through On-line Social Media. [Unpublished Master's thesis]. Chiang Mai University. Chiang Mai, Thailand.

Watana, S. & Liu, Y. (2021). Thai Buddhism and Online Social Media. Journal of MCU Social Development, 6(2), 10-22.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12/31/2025

รูปแบบการอ้างอิง

ทองยวง ณ., เศษวงศ์ ส., จุนทะเกาศลย์ ณ., & วงค์เดชานันทร์ ร. (2025). การศึกษารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 10(4), 672–681. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/283124

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย