ตรรกะที่ไม่แสวงหาผู้แพ้: วิภาษวิธีแห่งการคลี่คลายปัญญาในคัมภีร์มิลินทปัญหา
คำสำคัญ:
ตรรกะที่ไม่แสวงหาผู้แพ้, วิภาษวิธีเชิงพุทธ, มิลินทปัญหา, เหตุผลเชิงสัมพันธ์และจริยศาสตร์ของการสนทนา, สังคมวิทยาศาสนาบทคัดย่อ
ความเป็นมาและวัตถุประสงค์: การให้เหตุผลในโลกวิชาการร่วมสมัย โดยเฉพาะในสาขาปรัชญา ตรรกะ และสังคมวิทยา มักตั้งอยู่บนกรอบความคิดเชิงปฏิปักษ์ที่ถือว่าการใช้เหตุผลต้องนำไปสู่ข้อยุติในรูปของการตัดสินแพ้-ชนะ ถูก-ผิด หรือ จริง-เท็จ กรอบเหตุผลเช่นนี้ แม้จะมีพลังทางวิเคราะห์สูง แต่ก็มีแนวโน้มลดทอน “ความเข้าใจ” ให้กลายเป็นผลพลอยได้ของชัยชนะทางปัญญา บทความวิจัยนี้เสนอการอ่านใหม่ของคัมภีร์มิลินทปัญหาในฐานะรูปแบบของวิภาษวิธีเชิงพุทธที่ไม่ตั้งอยู่บนการแข่งขันทางเหตุผล หากมุ่งคลี่คลายความเข้าใจอย่างมีจริยศาสตร์ วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คัมภีร์มิลินทปัญหาในฐานะตรรกะวิภาษวิธีที่ไม่แสวงหาผู้แพ้ที่เน้นโครงสร้าง การให้เหตุผลมากกว่าเนื้อหาคำสอน และเสนอกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีของการให้เหตุผลเชิงวิภาษวิธีแบบพุทธ ที่เน้นอธิบายการเกิดปัญญาเพื่อเชื่อมโยงการอ่านคัมภีร์พุทธกับการถกเถียงร่วมสมัยในสาขาสังคมวิทยาศาสนา ในฐานะแหล่งเหตุผลทางเลือก
วิธีดำเนินการวิจัย: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิจัยเอกสารเชิงทฤษฎีตามแนวอรรถปริวรรตและการตีความ แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ประกอบด้วยคัมภีร์มิลินทปัญหาภาษาบาลีและฉบับแปลมาตรฐาน หลายภาษา ส่วนข้อมูลทุติยภูมิได้มาจากงานวิชาการด้านพุทธศาสนศึกษา ปรัชญาตรรกะและสังคมวิทยาศาสนา การวิเคราะห์เน้นการอ่านเชิงลึกของรูปแบบการสนทนาระหว่างพระนาคเสนและพระเจ้ามิลินท์ โดยพิจารณาว่าการตั้งคำถาม การใช้อุปมา และการยอมรับความย้อนแย้งทำงานอย่างไรในฐานะกลไกทางตรรกะและจริยศาสตร์ การใช้กรอบการวิเคราะห์แบบสหวิทยาการและการสะท้อนตนเชิงวิธีวิทยาช่วยเสริมความน่าเชื่อถือทางวิชาการ แล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัย: วิภาษวิธีในมิลินทปัญหามีลักษณะเด่นสามประการ ได้แก่ 1) การตั้งคำถามแบบปลายเปิด ซึ่งไม่มุ่งสู่ข้อสรุปสุดท้าย 2) การใช้อุปมาอุปไมยเป็นกลไกเชิงตรรกะในการเลื่อนระดับความเข้าใจ และ 3) การยอมรับ ความย้อนแย้งอย่างมีสติ พระนาคเสนมิได้ใช้เหตุผลเพื่อโต้แย้งหรือทำลายคำถามของพระเจ้ามิลินท์ หากค่อย ๆ คลี่คลายสมมติฐานที่รองรับคำถามเหล่านั้น กระบวนการดังกล่าวเปลี่ยนความสัมพันธ์จากคู่ขัดแย้งทางเหตุผลไปสู่ผู้ร่วมแสวงหาความเข้าใจ ปัญญาจึงมิได้เกิดจากชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเกิดขึ้นในพื้นที่ระหว่าง ของการสนทนาในฐานะปรากฏการณ์เชิงสัมพันธ์
ความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา: ตรรกะดังกล่าวสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับหลักอนัตตา ปฏิจจสมุปบาท และสัมมาวาจา การให้เหตุผลจึงมิใช่กิจกรรมทางปัญญาที่แยกขาดจากจริยศาสตร์ หากเป็นการปฏิบัติที่มุ่งลดทอนอัตตาและความยึดมั่นในทัศนะของตน การไม่แสวงหาผู้แพ้จึงมิใช่ความประนีประนอมเชิงวาทกรรม แต่เป็นผลโดยตรงของโลกทัศน์ที่ไม่ยอมรับตัวตนถาวรและความจริงแบบตายตัว
สรุป: บทความนี้เสนอกรอบแนวคิด ตรรกะที่ไม่แสวงหาผู้แพ้ และวิภาษวิธีเชิงพุทธ เพื่อท้าทายกรอบเหตุผลแบบแข่งขันที่ครอบงำโลกวิชาการร่วมสมัย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าพุทธศาสนามิได้เป็นเพียงระบบความเชื่อ หากเป็นแหล่งผลิตตรรกะทางเลือกที่มีศักยภาพในการสนทนากับโลกสมัยใหม่อย่างสร้างสรรค์ มิลินทปัญหา จึงควรถูกมองใหม่ในฐานะทรัพยากรทางทฤษฎีสำคัญสำหรับการคิดใหม่เรื่องเหตุผล การสนทนา และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุนิยม
เอกสารอ้างอิง
Aristotle. (1984). The complete works of Aristotle : the revised Oxford translation (J. Barnes, Ed.). New Jersey, United States of America: Princeton University Press.
Asad, T. (1993). Genealogies of Religion: Discipline and Reasons of Power in Christianity and Islam. Baltimore, United States of America: Johns Hopkins University Press.
Berger, P. L. & Luckmann, T. (1966). The Social Construction of Reality A Treatise in the Sociology of Knowledge. New York, United States of America: Penguin Books.
Bourdieu, P. (1991). Language and Symbolic Power (J. B. Thompson, Ed., G. Raymond & M. Adamson, Trans.). Cambridge, United Kingdom: Polity Press.
Denzin, N. K. (2012). Triangulation 2.0. Journal of Mixed Methods Research, 6(2), 80-88.
Finot, L. (1923). Les questions de Milinda-Milinda-Panha. Paris, France: Bossard.
Gadamer, H.-G. (2004). TRUTH AND METHOD (2nd rev. ed.). (J. Weinsheimer & D. G. Marshall, Trans.). London, United Kingdom: Continuum.
Gombrich, R. (2009). What the Buddha Thought. Sheffield, United Kingdom: Equinox Publishing.
Habermas, J. (1984). The Theory of Communicative Action: Volume 1: Reason and the Rationalization of Society (T. McCarthy, Trans.). Boston, United States of America: Beacon Press.
Harvey, P. (2013). AN INTRODUCTION TO BUDDHISM: Teachings, History and Practices (2nd edAN I.). Cambridge, United Kingdom: Cambridge University Press.
Hegel, G. W. F. (1977). PHENOMENOLOGY OF SPIRIT (A. V. Miller, Trans.). Oxford, United Kingdom: Oxford University Press.
Horner, I. B. (1964). Milinda's Questions (2 vols.). London, United Kingdom: Pali Text Society.
Ooi, E.J., Schumann, A. & Sirisawad, N. (2023). Defining a Mendaka Question in the Questions of Milinda and Its Commentarial Texts. Journal of Indian Philosophy, 51, 567-589. https://doi.org/10.1007/s10781-023-09543-7
Plato. (1997). COMPLETE WORKS (J. M. Cooper & D. S. Hutchinson, Eds.). Indianapolis/Cambridge, United States of America: Hackett Publishing Company.
Prebish, C. S. & Keown, D. (2010). Introducing Buddhism (2nd Edition). London, United Kingdom: Routledge.
Rhys Davids, T. W. (1890). The questions of King Milinda. Oxford, United Kingdom: Clarendon Press.
Toulmin, S. (2003). The Uses of Argument (Updated Edition). New York, United States of America: Cambridge University Press.
Trenckner, V. (1880). THE MILINDAPAÑHO: BEING DIALOGUES BETWEEN KING MILINDA AND THE BUDDHIST SAGE NĀGASENA. London, United Kingdom: Williams and Norgate for the Pali Text Society.
Weber, M. (1978). Economy and Society: An Outline of Interpretive Sociology (Roth, G. & Wittich, C. Eds.). California, United States of America: University of California Press.
Williams, P. (2009). Mahäyana Buddhism: The Doctrinal Foundations (2nd ed.). London, United Kingdom: Routledge.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.





