พุทธนวัตกรรมการสื่อสาร “สตรีในสมัยพุทธกาล” ผ่านการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ (2D Animation)

ผู้แต่ง

  • นภัสสร กัลปนาท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
  • พระอาทิตย์ ศรีพารัตน์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

คำสำคัญ:

พุทธนวัตกรรมการสื่อสาร, การ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ, สตรีในสมัยพุทธกาล, เมต้าเวิร์ส

บทคัดย่อ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์: ในปัจจุบันสภาพสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามความก้าวหน้า ของเทคโนโลยี จากสถานการณ์ดังกล่าวแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากร ทั้งด้านผู้สร้าง และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความรู้ ทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในการศึกษา มีมากขึ้นและทำให้การศึกษาผ่านเทคโนโลยีก้าวล้ำ นำไปสู่การผสานระหว่างโลกความจริงและโลกเสมือน หรือเมต้าเวิร์ส (Metaverse) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาประวัติ จำเป็นจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา โดยบรรจุไว้ในรายวิชาข้อสอบกลาง วิชา ประวัติพระพุทธศาสนา เนื่องจากยังขาดเนื้อหาในส่วนประวัติศาสตร์ของสตรีในสมัยพุทธกาลซึ่งมีส่วนสำคัญในการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา จึงได้พัฒนาพุทธนวัตกรรมการสื่อสาร “สตรีในสมัยพุทธกาล” ด้วยการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติขึ้น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสร้างสื่อประวัติและบทบาทของสตรี ในสมัยพุทธกาลผ่านการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ (2D Animation) และประเมินผลการเรียนรู้ของนิสิต

วิธีดำเนินการวิจัย: เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยใช้รูปแบบ ADDIE Model เพื่อควบคุมคุณภาพการผลิตสื่ออย่างเป็นระบบ ประชากรคือ นิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2567 กลุ่มตัวอย่างได้แก่ บรรพชิตและคฤหัสถ์ จำนวน 45 รูป/คน
ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) สื่อพุทธนวัตกรรม 2D Animation เรื่องสตรีในสมัยพุทธกาล 10 ท่าน ได้แก่ นางสุชาดา, นางวิสาขา, นางขุชชุตตรา, นางสามาวดี, นางอุตตรานันทมารดา, พระนางสุปปวาสา, นางสุปปิยา, นางกาติยานี, นางกาฬีกุรรฆริกา และนางนกุลมารดาคหปตานี โดยนำเสนอผ่านแอปพลิเคชัน Spatial ในระบบเมต้าเวิร์ส (Metaverse) 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบประเมินคุณภาพสื่อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ t-test

ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า นิสิตมีความพึงพอใจต่อสื่อพุทธนวัตกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.78, S.D. = 0.39) และมีผลการเรียนรู้ของนิสิตหลังการใช้สื่อมีคะแนนสูงกว่าก่อนการใช้สื่ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 รวมทั้งสื่อพุทธนวัตกรรม 2D Animation ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (equation = 4.65, S.D. = 0.48) ทั้งในด้านเนื้อหา ด้านเทคนิค และด้านการนำเสนอผ่านเมต้าเวิร์ส และที่สำคัญด้านประวัติและบทบาทของสตรีในสมัยพุทธกาลทั้ง 10 นาง และการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

ความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา: การพัฒนาสื่อพุทธนวัตกรรมครั้งนี้สะท้อนหลักปัญญา (Wisdom) ในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สอดคล้องกับหลักอิทธิบาท 4 ในการพัฒนาสื่อให้มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังสะท้อนบทบาทของสตรีในพระพุทธศาสนาที่มีคุณค่าและเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

สรุป: การพัฒนาสื่อพุทธนวัตกรรม 2D Animation เรื่องสตรีในสมัยพุทธกาลผ่านเมต้าเวิร์สสามารถยกระดับ การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สอดคล้องกับยุคสังคม 4.0 และเป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนารูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเรื่องราว ประวัติ คุณธรรม และหลักธรรมของสตรีในสมัยพุทธกาลได้ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

Boonlue, S. (2022). Metaverse for Education: The Connection between the Metaverse with The Real World of Learning to Create Immersive Learning. Academic Journal of North Bangkok University, 11(1), 9-16.

Kongpreephan, D. (1998). A comparison of procedural content learning achievement and retention of hearing-impaired students learning from computer-assisted instruction lessons with different strategic groups of animation [Master's thesis dissertation, Chulalongkorn University]. Chulalongkorn University. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/22828.

Leelayuth, P. & Suton, R. (2020). The Dhamma CommunicationInnovationvia Application PhraBhodhiyanadaera (Ajahn Cha Subhaddo). Journal of Graduate Studies Review, 16(2), 113-128.

Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (2019). History and development of Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Bangkok, Thailand: Mahachulalongkorn rajavidyalaya University.

Ministry of Education. (2008). The Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008) (3rd ed.). Bangkok, Thailand: Ministry of Education.

Na Songkhla, J. (2022). Metaverse: The future of borderless education, learning from the real world to the virtual world. Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University.

Phrapalad Vasan Thiravaro (Ketngam). (2023). Development of a learning management model to enhance instructional media production skills in social studies, religion, and culture for social studies teaching students at Mahamakut Buddhist University, Isan Campus [Unpublished doctoral dissertation]. Bangkok, Thailand: Mahachulalongkorn rajavidyalaya University.

Saorayasakul, R. & Sonsilpong, S. (2021). The Development of Web Applications Supporting Project-Based Learning to Enhance Computational Thinking in Computing Science Subject of Grade 9th Students. Journal of Educational Technology and Communications, Faculty of Education, Mahasarakham University, 4(11), 177-191.

Thongrakjan, K., Rattanaphant, T. & Klinmalee, R. (2019). Animation development for computing science digital citizen of grade 4, Banhuayhan School. In Proceedings of the 16th KU-KPS National Conference. (pp. 586-596). Nakhon Pathom, Thailand: Kasetsart University, Kamphaeng Saen Campus Kamphaeng Saen Campus Office Academic and Student Affairs Division.

Yoikaew, N. & Rampai, N. (2021). Development of Augmented Reality Application by Using the Questioning Method Based on Constructivism Theory to Enhance Analytical Skills of Second Grade at St. Gabriel's College. Journal of Mass Communication Technology, RMUTP, 6(1), 53-62.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

05/30/2026

รูปแบบการอ้างอิง

กัลปนาท น., & ศรีพารัตน์ พ. (2026). พุทธนวัตกรรมการสื่อสาร “สตรีในสมัยพุทธกาล” ผ่านการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ (2D Animation) . วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 11(2), 434–444. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/288135

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย