สภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, สภาพที่คาดหวัง, ความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ (1) สภาพปัจจุบัน (2) สภาพที่คาดหวัง และ (3) ความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีหลายระยะ (Multi-Phase Mixed Method) กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานวิชาการ จำนวน 254 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1) สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 อยู่ในระดับปานกลาง
2) สภาพที่คาดหวังของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 อยู่ในระดับมากที่สุด
3) ความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 พบว่ามีค่าสูงที่สุดในด้านการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า โรงเรียนยังมีช่องว่างระหว่างสภาพปัจจุบันกับสภาพที่คาดหวังในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก จึงควรส่งเสริมและพัฒนาให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
จิรภา อรรถพร. (2557). การพัฒนารูปแบบการสอนเชิงรุกออนไลน์เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้ของนิสิตปริญญาบัณฑิต. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 9(4), 122–136.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2553). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: พรทิพย์การพิมพ์.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุภาลัย มะลิซ้อน. (2563). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วิจารณ์ พานิช. (2556). การเรียนรู้เพื่อศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.
สถาพร พฤฑฒิกุล. (2555). คุณภาพผู้เรียนเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ (QUALITY OF STUDENTS DERIVED FROM ACTIVE LEARNING PROCESS). วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว, 1(1), 5.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. (2561). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2561. ผู้แต่ง.
อลิษา ถิ่นใหญ่. (2566). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยคริสเตียน.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Carter, F. L., & Hogan, P. T. (2013). Integrating active learning and assessment in the accounting classroom. Journal of Instructional Pedagogies, 1(1), 1–16.
Cohen, L., Manion, L., & Morrison, K. (2018). Research methods in education (8th ed.). Routledge.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Creswell, J. W. (2014). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (4th ed.). SAGE Publications.
Hord, S. M. (2009). Guiding professional learning communities: Inspiration, challenge, surprise, and meaning (pp. 40–42). Corwin Press.
Hsu, W.-N., & Lin, H.-T. (2015). Active learning by learning. Proceedings of the AAAI Conference on Artificial Intelligence, 29(1).
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Meyers, C., & Jones, T. B. (1993). Promoting active learning: Strategies for the college classroom. Jossey-Bass.
Stoll, L. (2010). Professional learning community. Open University Press.