แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการความขัดแย้งตามกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์สำหรับงานยุติธรรมชุมชนในเขตเทศบาลเมือง/นครของประเทศไทย

Main Article Content

ณพวรรณ ปัญญา
โสรัตน์ กลับวิลา

บทคัดย่อ

ถึงแม้ว่ากระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขับเคลื่อน งานยุติธรรมชุมชนตามแนวทาง การจัดการความขัดแย้งตามกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบว่าไม่เป็นที่นิยมในเขตเมือง ชาวเมืองส่วนใหญ่ยังพึ่งพากระบวนการยุติธรรมกระแสหลักเพื่อจัดการ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น การวิจัยชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษาถึงช่องว่างการดำเนินงานยุติธรรมชุมชนเชิงสมานฉันท์ในเขตเมืองเพื่อนำเสนอแนวทางในการลดช่องว่าง  และแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการความขัดแย้งสำหรับงานยุติธรรมชุมชนในเขตเทศบาลเมือง/นครของประเทศไทย โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญและการสัมมนาอิงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผลการศึกษาพบช่องว่างระหว่างเป้าหมายและการจัดการความขัดแย้งในเขตชุมชนเมือง กล่าวคือขาดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง ไม่มีกฎหมายบังคับให้คู่พิพาทเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยตามนัดหมาย ขาดมาตรฐานการดำเนินการของแต่ละศูนย์ไกล่เกลี่ย ไม่มีแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการติดตามผลการไกล่เกลี่ย ขาดแนวทางสำหรับการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนในเขตเมือง ขาดแนวทางในการสร้างเครือข่าย บุคลากรไม่เพียงพอ และขาดงบประมาณสำหรับดำเนินการยกระดับมาตรฐานการดำเนินการ จากผลการศึกษาดังกล่าวนำมาสู่ข้อเสนอแนวทางในการลดช่องว่าง กล่าวคือ ควรพัฒนาระบบให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว ควรกำหนดข้อบังคับเพื่อให้คู่พิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยควรพัฒนาช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายประชาชนในเขตเมือง ควรกำหนดรูปแบบประเมินผลที่เป็นเป็นมาตรฐาน และควรแสวงหาความร่วมมือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรในด้านอื่นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการความขัดแย้งตามกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในเขตชุมชนเมือง ประกอบด้วย การจัดทำแนวทางการดำเนินการไกล่เกลี่ยที่เป็นมาตรฐาน การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยโดยสะดวกและลดขั้นตอนทางเอกสารให้แก่เจ้าหน้าที่ การส่งเสริมให้ประชาชนในเขตเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขึ้นบัญชีเป็นผู้ไกล่เกลี่ย การพัฒนาหลักสูตรเพื่อยกระดับทักษะการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้แก่ผู้ไกล่เกลี่ย การพัฒนาแฟลตฟอร์มสำหรับการติดตามผลตามข้อตกลง ตลอดจนการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลจัดทำข้อมูลเชิงสถิติ และการถอดบทเรียน โดยข้อเสนอแนะนี้ได้รับการยอมรับและยืนยันโดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปัญญา ณ. ., & กลับวิลา โ. . (2025). แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการความขัดแย้งตามกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์สำหรับงานยุติธรรมชุมชนในเขตเทศบาลเมือง/นครของประเทศไทย. วารสารกระบวนการยุติธรรม, 18(2), 1–20. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JTJS/article/view/272181
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Arpasiri Srisrattakarn. (2015). The methods for promoting reconciliation under the conflict context in Thai society.

Thailand's National Reconciliation Commission.

Braithwaite, J. (1998). Restorative justice. In M. Tonry (ed.), The Handbook of Crime & Punishment. Oxford University Press.

Nittaya Ponok, Thawilwadee Bureekul, & Walaiporn Losussachan. (2022). Community Justice System in The Republic of The

Philippines. Suan Sunandha Academic & Research Review, 16(2), 112-142.

Office of the Royal Society. (2003). Royal society dictionary B.E. 2542. Nanmeebooks.

Right and Liberties Protection Department. (2019). Operation document guideline according to the laws regarding mediation of

public sector disputes (For the Public Sector Dispute Mediation Center (Pilot)). Right and Liberties Protection Department,

Ministry of Justice.

Seksan Khruakham. (2015). Crime, criminology and criminal justice. Phetkasem Printing Group.

UNODC. (2005). Handbooks of restorative justice programmes. Criminal Justice Handbook

Series. United Nations Publication.

Van Ness, D. W., & Strong, K. H. (2002). Restoring justice (2nd Ed.). Anderson.