กระบวนการสอบสวนและหลักฐานคดีความผิดทางเพศ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีความผิดทางเพศ และ เพื่อศึกษากระบวนการสอบสวนคดีความผิดทางเพศ โดยใช้วิธีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ การสัมภาษณ์ และติดตามผลข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ การศึกษานี้เก็บรวบรวมข้อมูล อย่างเจาะจงที่สถานีตำรวจ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เฉพาะตำแหน่งเจ้าพนักงานสอบสวน โดยใช้สถานีตำรวจละ 1 - 2 คน
ผลการศึกษา พบว่า ผู้ที่เข้าไปตรวจสอบคดีความผิดทางเพศประกอบด้วยคน 3 กลุ่มหลัก คือ 1) พนักงานสอบสวนหรือร้อยเวรประจำสถานีตำรวจ 2) แพทน์สถาบันนิติศาสตร์ และ 3) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยคณะ และชุดการตรวจกรณีการล่วงละเมิดทางเพศต้องรีบไปที่สถานที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่มีอำนาจคือ 1) ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้นั้นยินยอมหรือตรวจตัวผู้ต้องหา 2) ค้นพบสิ่งของซึ่งไว้เป็นความผิด โดยปฏิบัติตามประมวลกฎหมายว่าด้วยค้น 3) หมายเรียกบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ และในกรณีจำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้ทำการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารใดๆ โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ กรณีที่เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ มีขั้นตอนที่ต้องกระทำอย่างระมัดระวัง และจะออกนอกขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้เลย
การศึกษานี้มีข้อเสนอว่าในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้รวบรวมหลักฐานส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จึงควรเพิ่มพนักงานสอบสวนเพศหญิงให้มีมากขึ้น ในชั้นศาลน่าจะกำหนดโดยบทบัญญัติของกฎหมายให้พิจารณาคดีประเภทดังกล่าวนี้ เป็นการพิจารณาคดีโดยลับ และควรใช้วิธีการพิจารณาคดี เช่นเดียวกับวิธีสืบพยานเด็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
Article Details
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารกระบวนการยุติธรรม แต่ความคิดเห็นที่ปรากฏในเนื้อหาของบทความในวารสารกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
ณัฐ ตันศรีสวัสดิ์, ธีรโชติ จองสกุล, อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร, ภาณุวัตน์ ชุติวงศ์, กรเกียรติ วงษ์ไพศาลสิน, เกษณี จงประสาธ์สุข, และ คนอื่นๆ. (2551). แนวทางปฏิบัติในการตรวจผู้ป่วยที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ. วารสารนิติเวชศาสตร์. 1(3), 11-13
ทีมข่าวอาชญากรรม (2554, 12 กรกฎาคม). ฎีกาประหารชีวิต "ไอ้เต่า" ฆ่าข่มขืนชิงทรัพย์ ม.4 . เดลินิวส์.
ธัญญา ใจดี. (2552, 2 พฤษภาคม). คอลัมฯ์ เสียงสตรี. โพสต์ทูเดย์. 2 - 4.
นพคุณ กีรติการกุล. (2554). นิติวิทยาศาสตร์กับอาชญากรรม. ค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2554, จาก http://www.scdc5.forensic.police.go.th/article1.htm
พัฒนา กิจไกรลาศ. (2533). ตำแหน่งที่ควรป้ายเก็บของเหลวในช่องคลอดเพื่อตรวจพิสูจน์น้ำอสุจิ รายงานวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ศุภกร กันทาลักษณ์. (2522). การสืบสวนทางนิติวิทยาศาสต์. ค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2555, จาก http://www.oknation.net
สมชาย ปรีชาศิลปกุล. (2549). ฐานคติเรื่องเพศวิถีในคำพิพากษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สันติ์ สุขวัจน์. (2550). เอกสารคำสอนวิชา พิสูจน์หลักฐาน 1.หน้า 15-16
เอก อังสานนท์. (2550). การสืบสวนและสวบสวน Criminal PRocess LW 443 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานาคร:มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Bohm, R. M., & Haley, K N. (2005). Introduction to criminal justice. (4th ed.). New York: McGraw-Hill.
Gardner, T. J., & Anderson, T. M. (2009). Criminal law.the. (10th ed.). New York. Thomson Learning Academic Resource Center.
RAINN: The nation's Largest anti-sexual violence organization. What is Rape Kit?. Accessed at website http://www.rainn.org/get-information/sexual-assault-recovery/rape-kit.
SIO Corner. (2012, 14 March). The TIE Process (Trace/Interview/Eliminate). Courtesy of Police Oracle. Accessed at website http://www.policeoracle.com/news/Crime/2012/Mar/14/SIO-Corner-The-TIE-Process-(Trace-Interview-Eliminate)_46039.html
National Centre for Policing Excellence. (2006). The Murder Investigation Manual: ACPO Centrex Accessed at website http://www.acpo.police.uk/documents/crime/2006/2006CBANMIM.pdf
UCSC Rape Prevention Education. Accessed at website http://localwiki.net/santacruz/UCSC_Rape_Prevention_Education