การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความตระหนักทางวัฒนธรรมโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ผู้แต่ง

  • ธนพร หนูทิม วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • สุดคนึง นฤพนธ์จิรกุล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คำสำคัญ:

ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ, ความตระหนักทางวัฒนธรรม, การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4     2) เปรียบเทียบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กับเกณฑ์ร้อยละ 70 3) ศึกษาความตระหนักทางวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 39 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา 2) แบบทดสอบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และ 3) แบบประเมินความตระหนักทางวัฒนธรรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจหลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 แตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3) ความตระหนักทางวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง. (2561). การสร้างเครื่องมือการวิจัยทางการศึกษา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณิชาภัทร ฤทธิ์ละคร. (2563). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การสอนตามแนวคิดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรังสิต.

นทีธร นาคพรหม, วรางคณา ภู่ศิริภิญโญ, และ ศิวพร ใสโต. (2559). การสำรวจปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. การประชุมสัมมนาวิชาการและนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ เครือข่ายบัณฑิตศึกษา และ การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 3, 2559(16). http://research.pcru.ac.th/rdb/published/datafilescreate/328

พรประภา ชัยนา และ ลัดดา หวังภาษิต. (2564). การพัฒนาความสามารถในการอ่านเชิงรุกและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 13(1), 336-352.

พรพิมล ประสงค์พร และ จิตรา จันทราเกตุรวิ. (2562). แนวคิดในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหากับภาษา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 20(1), 139-152.

พรรณวลัย เกวะระ. (2559) การเรียนภาษาอังกฤษแบบวิทยภาษาบูรณาการ: แนวคิดและมุมมองสำหรับครูไทย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 27(1), 28-40.

มนัสวี ดวงลอย. (2558). วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.3(1), 153-167.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2564). สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563. https://www.niets.or.th/uploads/content_

pdf/pdf_1620890129.pdf

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ, 15 พฤษภาคม 2559. https://oer.learn.in.th/search_detail/result/24557

Altin, M., & Saracaloglu, A. S. (2018). Effect of Reading Comprehension Instruction Enriched with Cultural Materials on English Learning. Cogent Education, 5(1), 1475589, DOI: 10.1080/2331186X.2018.1475589

Coyle, D., Hood, P. & Marsh, D. (2010). CLIL: Content and language integrated learning. Cambridge University Press.

Dalton-Puffer, C. (2011). Discourse in content and language integrated learning (CLIL) classrooms. John Benjamins Pub.

Englebert, J. (2004). Character or Culture?. An EFL Journal, 24(2), 37-41.

Grabe, W., & Stoller, F. L. (2002). Teaching and Researching Reading. New York Pearson Education.

Logioio, A. J. (2010). Raising intercultural awareness at primary level through storytelling within a CLIL approach. Unpublished doctoral dissertation, Faculdade de Ciências Sociaise Humanas, Universidade Nova de Lisboa

Meyer, M. (2010). The Rise of the Knowledge Broker. Science Communication, 32(1), 118–127. https://doi.org/10.1177/1075547009359797

Moate, J. (2010). The integrated nature of CLIL: A sociocultural perspective. International CLIL Research Journal, 1(3), 38-45.

Ortiz, C. C. (2014). The Impact of Adopting a CLIL Approach on EFL Learners Reading Skills in a Catalonian School. http://repositori.uvic. cat/bits ream/10854/330/trealu_a2014_t camara_carolina_impact_adopting_clil. Pdf

Tural, P. & Cubukcu, F. (2021). Raising intercultural awareness through short stories in EFL classes. Journal of Educational Sciences, 22(1), 18-32. DOI: 10.35923/JES.2021.1.02

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

หนูทิม ธ. ., & นฤพนธ์จิรกุล ส. . (2025). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความตระหนักทางวัฒนธรรมโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ศึกษาศาสตร์ มมร, 13(1). สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/edj/article/view/259311

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย