การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง การนับและการเทียบศักราช โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา

ผู้แต่ง

  • นางสาวกุลริศา แข็งฉลาด คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • พระสุรพล อาภรโณ (ไกรรอด) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหากุฏราชวิทยาลัย
  • รักษ์ทวี เถาโต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหากุฏราชวิทยาลัย
  • ณทิพรดา ไชยศิลป์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหากุฏราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, การจัดการเรียนรู้, เทคนิคการสอนแบบจิ๊กซอว์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง การนับและการเทียบศักราช ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง การนับและการเทียบศักราช ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย () ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ t-test dependent samples

ผลการวิจัยพบว่า

1) ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ในรายวิชาประวัติศาสตร์
ชุดที่ 1 จากคะแนนเต็ม 10 ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 9.67 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.62 ชุดที่ 2 ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 9.77 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.77 ชุดที่ 3 ค่าเฉลี่ย  เท่ากับ 9.25 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.93 แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเนื้อหาในรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง การนับและการเทียบศักราช นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคจิกซอว์ยังช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบตัวเองและกลุ่มสมาชิก ส่งเสริมให้เกิดทักษะในการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทักษะการทำงานเป็นทีม ดังนั้นประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ จึงมีค่าร้อยละ E1= 88.00 และ E2 = 80.15 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 80/80

2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย  เท่ากับ 7.00 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 3.56 และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย  เท่ากับ 16.03 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 1.17 และเมื่อเปรียบเทียบผลความแตกต่างค่าเฉลี่ยระหว่างก่อนและหลังเรียน โดยค่าวิกฤต t มีค่าที่ ระดับ 1.68 จะเห็นได้ว่านักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). การจัดสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช.กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ

กาญจนา ไกลถิ่น. (2562). การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจและทักษะความร่วมมือของนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศโดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์. การค้นคว้าอิสระปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ภาษาอังกฤษ). มหาวิทยาลัยพะเยา.

กุลธิดา ขันทอง. (2563). การใช้ QR Code จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Eเรื่อง รู้เท่าทันสังคมออนไลน์ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.วารสารคุรุสภาวิทยาจารย์. 1(3): 44 – 51.

จุรีรัตน์ มาทบรรเทา. (2562). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์กับ การสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์ร่วมกับ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

ชุติกาญจน์ เปียงใจ. (2562). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์เพื่อส่งเสิรมทักษะการทำงานกลุ่มในสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (คณิตศาสตร์ศึกษา). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: วีพรินท์.

วริษา ทรัพย์สำราญ. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์ร่วมกับอินโฟกราฟิก ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาเทคโนโลยีของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

ศราวุฒิ เวียงอินทร์. (2560). การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเนื้อหาตามบริบทท้องถิ่นโดยใชกิจกรรมการ เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคจิ๊กซอว์. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

สุรเดช ชูเชิด. (2558). ปัญหาการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 26(2), 112-125.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). รายวิชาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2554). เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ครู แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

แข็งฉลาด น., อาภรโณ (ไกรรอด) พ. ., เถาโต ร. ., & ไชยศิลป์ ณ. . (2025). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง การนับและการเทียบศักราช โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา. ศึกษาศาสตร์ มมร, 13(2), 85–98. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/edj/article/view/284960

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย