แนวทางการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและหาแนวทางการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของสถานศึกษา การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 จำนวน 291 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ โดยการจัดประชุมสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก พบว่า สภาพการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้สูงสุด คือ ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีในการศึกษา และด้านที่มีสภาพการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้น้อยที่สุด คือ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ 2. แนวทางการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของสถานศึกษาใน 5 ด้าน คือ 2.1) ด้านบุคคล ได้แก่ โรงเรียนควรกำหนดให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการใช้แหล่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 2.2) ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ โรงเรียนควรสำรวจความต้องการในการใช้แหล่งเรียนรู้และส่งเสริมกิจกรรมในการใช้แหล่งเรียนรู้ 2.3) ด้านสถานที่ ได้แก่ โรงเรียนควรมีการประชุมเพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการใช้แหล่งเรียนรู้ 2.4) ด้านศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ โรงเรียนควรมีการประสานงานกับชุมชนและจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อเป็นหลักสูตรให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน 2.5) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยี ได้แก่ โรงเรียนควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจแหล่งเรียนรู้และความต้องการใช้แหล่งเรียนรู้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ปรากฏในวารสารนี้ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ซึ่งสมาคมนักวิจัยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป การนำเสนอผลงานวิจัยและบทความในวารสารนี้ไปเผยแพร่สามารถกระทำได้ โดยระบุแหล่งอ้างอิงจาก "วารสารสมาคมนักวิจัย"
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2547). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
จรูญ ชูลาภ. (2545). ผู้บริหารกับกลยุทธ์ Child Centered [ระบบออนไลน ]. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2568 จาก http://www.moe.go.th /cgi-script/csArticles/articles/0000001/000149.htm.
ราตรี อินกัน. (2544). การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กรุงเทพฯ : สำนักคณะ. กรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
ดำริ บุญชู. (2548). การใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา. วารสารวิชาการ, 8(1), 27-31.
นิคม ชมภูหลง. (2550). นวัตกรรมการนิเทศการศึกษา : แนวทางการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้. มหาสารคาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1.
เนาวรัตน์ ลิขิตวัฒนเศรษฐ์. (2544). แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนเพื่อสร้างเด็ก มิได้สร้างเพื่อใคร. วารสารวิชาการ, 4(ธันวาคม), 26-37.
พร พันธุ์โอสถ. (2548). ประสบการณ์การเรียนรู้. วารสารคลาสรูม, 2(5), 14-15.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.
วรภัทร์ ภู่เจริญ. (2544). แนวทางประเมินคุณภาพในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช.
ศศิธร ภิรมย์นภา. (2550). การศึกษาสภาพการดำเนินงานแหล่งเรียนรู้เพื่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนใน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา), สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี.
ศิริพร จิตอารีย์. (2549). การจัดการแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่:เชียงใหม่. DOI :https://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail? Resolve_DOI=10.14457/CMU.res.2006.22
สุมาลี สังข์ศรี และคณะ. (2548). รายงานการวิจัย การจัดการเรียนของแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต : พิพิธภัณฑ์. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). การพัฒนาและการใช้แหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียนและท้องถิ่นเพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้. กรุงทพฯ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2544). ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ. กรุงทพฯ : สำนักนายกรัฐมนตรี.
Translated Thai References
Bunchu, D. (2005). Utilization of learning resources in educational institutions. Academic Journal, 8(1), 27-31.
Chitaree, S. (2006). Learning resource management of Yupparaj Wittayalai School, Chiang Mai Province. Chiang Mai University: Chiang Mai. DOI :https://doi.nrct.go.th/ListDoi/list Detail?Resolve_DOI=10.14457/CMU.res.2006.22
Chulap, C. (2002). Executives and Child Centered Strategy [Online System]. Retrieved September 20, 2025, from http://www.moe.go.th /cgi-script/csArticles/articles/0000001/000149.htm.
Chomphulong, N. (2007). Educational Supervision Innovation: Guidelines for Learning Resource Development. Maha Sarakham Educational Service Area Office, Maha Sarakham Area 1.
Inkan, R. (2001). Organizing the learning process that emphasizes the learner as the most important. Bangkok: Office of the National Education Commission.
Likhitwattanaset, N. (2001). Learning resources in schools to develop children, not to develop for anyone. Academic Journal, 4(December), 26-37.
Ministry of Education. (2004). Manual for the administration of basic educational institutions that are juristic persons. Bangkok.
National Education Act B.E. 2542.
Office of the Secretary of the Education Council. (2009). Development and use of learning resources in schools and local areas for organizing learning processes. Bangkok: Author.
Office of the National Education Commission. (2001). Model educational institution administrators. Bangkok: Office of the Prime Minister.
Phiromnapa, S. (2007). A study of the operating conditions of learning resources for educational management in schools in Ban Na San District, Surat Thani Province. (Master of Education Thesis in Educational Administration), Surat Thani: Surat Thani University.
Phucharoen, W. (2001). Guidelines for quality assessment in educational institutions. Bangkok: Wattanapanich.
Phan-osot, P. (2005). Learning experiences. Classroom Journal, 2(5), 14-15.
Rattanubon, A., et al. (2005). Research report on learning management of lifelong learning resources. Bangkok: V.M.C. Communication.
Sangsri, S., et al. (2005). Research report on the management of lifelong learning resources: museums. Bangkok: Image Printing.