การตลาดดิจิทัลบนเฟสบุ๊กแฟนเพจของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมกีฬาไทยช่วงโตเกียว 2020 โอลิมปิกเกมส์
คำสำคัญ:
การตลาดดิจิทัล, เฟสบุ๊กแฟนเพจ, อุตสาหกรรมกีฬา, โตเกียว 2020 โอลิมปิกเกมส์, วิจัยเชิงเอกสารบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการตลาดดิจิทัลบนเฟสบุ๊กแฟนเพจของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมกีฬาไทยช่วงโตเกียว 2020 โอลิมปิกเกมส์ โดยใช้การวิจัยเชิงเอกสารและค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลระดับทุติยภูมิในเฟสบุ๊กแฟนเพจธุรกิจอุตสาหกรรมกีฬา 5 กลุ่ม ตัวอย่างเฟสบุ๊กแฟนเพจถูกคัดเลือกจาก 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ความถูกต้อง (Authenticity) ความน่าเชื่อถือ (Credibility) ความเป็นตัวแทน (Representativeness) และความหมายชัดเจน (Meaning) ผลการวิจัยพบว่า ตัวอย่างเฟสบุ๊กแฟนเพจที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก จำนวน 11 บัญชี ประกอบด้วย กลุ่มกีฬาอาชีพ 4 บัญชี ได้แก่ “THE STANDARD” “Thairath Sport – ไทยรัฐสปอร์ต” “Stadium TH” และ “NBT2HD Sport” กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬาและนันทนาการ จำนวน 3 บัญชี ได้แก่ “กองประชาสัมพันธ์ กกท.” “The University Sports Board of Thailand” และ “Road to Tokyo 2020” กลุ่มกีฬาและการออกกำลังกายมี 2 บัญชี ได้แก่ “สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย Taekwondo Association of Thailand” และ “สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย” กลุ่มการศึกษาและวิทยาศาสตร์การกีฬา กับ กลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์กีฬา มีกลุ่มละ 1 บัญชี ได้แก่ “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – BTU” กับ “TechnoGym” รูปแบบการตลาดดิจิทัลบนเฟสบุ๊กแฟนเพจของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมกีฬาไทยช่วงโตเกียว 2020 โอลิมปิกเกมส์ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ สร้างลูกค้าใหม่ด้วยเนื้อหาที่โดดเด่น ใช้ระบบความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งแบบอัติโนมัติและมนุษย์ควบคู่กัน และผสานการทำงานด้วยเว็บไซต์
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อความ ข้อคิดเห็น ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ แผนภูมิ แผนผัง เป็นต้น ที่ปรากฏและแสดงในบทความต่างๆ ในวารสารบริหารธุรกิจเทคโนโลยีมหานคร ถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนบทความนั้นๆ มิใช่เป็นความรับผิดชอบใดๆ ของวารสารบริหารธุรกิจเทคโนโลยีมหานคร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจเทคโนโลยีมหานคร ถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครก่อนเท่านั้น