สุขภาพของแรงงานข้ามชาติกับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐ
Main Article Content
บทคัดย่อ
แรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าคาดว่ามีจำนวนประมาณ 2-3 ล้านคน แต่ในปี 2551 มีจำนวนผู้ที่จดทะเบียนแรงงานและทำประกันสุขภาพไม่ถึง 6 แสนคน แรงงานที่ไม่ได้จดทะเบียนจะขอใบอนุญาตทำงานและทำประกันสุขภาพไม่ได้ จึงมีความจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพของรัฐ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูง หน่วยงานสาธารณสุขของรัฐเองก็ไม่สามารถส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมโรค และติดตามรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งความเจ็บป่วยของแรงงานและผลกระทบต่อสังคมรอบข้าง การทำให้แรงงานข้ามชาติทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ จึงเป็นเรื่องที่รัฐและภาคส่วนต่างๆ ควรให้การพิจารณาอย่างเร่งด่วน ไม่ควรผูกติดกับการที่แรงงานมีเลขทะเบียนหรือไม่ แต่ควรส่งเสริมการพัฒนารูปแบบของการประกันสุขภาพที่หลากหลายและเหมาะสม ที่แรงงานผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม เพื่อเป็นหลักประกันของการมีสุขภาพที่ดีของคนไทยโดยรวม
Article Details
ข้อเขียนทั้งหมดทีปรากฏในวารสารสังคมศาสตร์ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนโดยเฉพาะ มิใช่ทัศนคติของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือกองบรรณาธิการวารสารสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กฤตยา อาชวนิจกุล บก. 2550. รัฐไทยกับการปรับเปลี่ยนนโยบายเอดส์และอนามัยเจริญพันธุ์ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
ขวัญชีวัน บัวแดงและคณะ 2549. รายงานการวิจัยโครงการ “การศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสุขภาพในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ: กรณีศึกษากลุ่มแรงงานไทใหญ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” (1 กุมภาพันธ์-30 กันยายน2549) เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดาบตำรวจ วิทยา สิงห์มณี 2549 “กระบวนการหลบหนีเข้าเมืองของคนต่างด้าวจากประเทศพม่าและการจัดการปัญหาของภาครัฐ: กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่”วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประชาไท 21 เมษายน 2550, 11ธันวาคม 2550
มติชนรายวัน 24 ตุลาคม 2550
สมโชค สวัสดิรักษ์ 2540 ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-พม่า-กะเหรี่ยง กรุงเทพฯ:
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข 2548.รายงานการศึกษาความร่วมมือในการพัฒนางานสาธารณสุขชายแดนไทย-พม่า ระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขภาครัฐและองค์กรเอกชน
สุภางค์ จันทวานิช “ห้าสิบสี่ศพที่ระนอง” มติชนรายวัน 29 เมษายน 2551
สุรีย์พร พันพึ่ง และคณะ. 2548. คนรับใช้ในบ้าน: แรงงานอพยพจากพม่ามา
ไทย นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
องค์การ PATH 2548. รายงานผลการศึกษาระบบสุขภาพแรงงานข้ามชาติ
(เชียงใหม่ ตาก ระยอง ชลบุรี สมุทรสาคร ระนอง ปัตตานี) โครงการฟ้ามิตร ระยะที่ 1( 2547-2547)
อดิศร เกิดมงคล 2550 “มายาคติชาติพันธุ์: ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ข้ามมา
ทำไม” บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนลำดับที่ 1383 เผยแพร่ใน
HYPERLINK “http://www.midnightuniv.org” www.midnightuniv.org ครั้ง
แรกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2550
Bayrer, Chris. et. al. 2006. “Responding to AIDS, TB, Malaria and Emerging Infectious Diseases in Burma: Dilemmas of Policy and Practice March 2006” A report by the Center for Public Health and Human Rights and the Bill and Melinda Gates Population and Family Health Institute.
Howteerakul N, Suwannapong N, Than M. 2005. “Cigarette, alcohol use and physical activity among Myanmar youth workers, Samut Sakhon
Province, Thailand” in HYPERLINK “http://www.ncbi.nlm” http://
www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16124457
เว็บไซต์
http:www.ilo.org/public/english/region/asro/bangkok/download/yr2007/
fact_migrant07.pdf
http://www.newspnn.com
Irrawaddy 24 April 08
Supang Chantavanich, Andreas Germershausen and Allan Beesey eds.
2000. Thai Migrant Workers in East and Southeast Asia 1996-1997. Bangkok:
The Asian Research Center for Migration Institute of Asian Studies,
Chulalongkorn University.