ฉันท์สังเวยพระมหาเสวตรฉัตรในรัชกาลที่ 4 : ความสัมพันธ์เชิงอำนาจของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

Main Article Content

ณัฐพล ใจเอี่ยม

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงอำนาจของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฉันท์สังเวยพระมหาเสวตรฉัตรในรัชกาลที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า ปรากฏลักษณะความสัมพันธ์ เชิงอำนาจทั้งสิ้น 7 ประการ ประกอบด้วย 1) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระราชสถานะผู้ปกครอง 2) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับวันประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคล 3) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเทพเจ้า 4) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระบรมวงศานุวงศ์ 5) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับข้าราชการ 6) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับประชาชน และ 7) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับประเทศราช ลักษณะความสัมพันธ์เชิงอำนาจดังกล่าวได้สะท้อนพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างเต็มเปี่ยม กล่าวคือการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ผู้มีอำนาจ) ทรงใช้หรือควบคุมพระราชอำนาจกับกลุ่มบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ (ผู้รับผลของอำนาจ) โดยมี “พระมหาเศวตฉัตรหรือพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นพระมหากษัตริย์อันชอบธรรมเป็นเงื่อนไขทางสังคม ส่งผลให้ผู้รับผลของอำนาจต้องยินยอมประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชอำนาจนั้น (แม้ว่าจะยินยอมหรือขัดขืนก็ตาม) ทั้งนี้ ยังปรากฏการใช้ภาพพจน์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวด้วย

Article Details

บท
บทความวิจัย

References

พรรณไม้ไทย. (ม.ป.ป.). หญ้ากุศะ พรรณไม้ในพุทธประวัติ. https://www.panmai.com

กรมศิลปากร. (2555). งานช่างหลวง. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

เจษฎา พรไชยา. (2543). พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญ : ศึกษาเปรียบเทียบประเทศอังกฤษและประเทศไทย. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ.

ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต. (2549). ความคิดเรื่อง “พุทธราชา” ในวรรณคดีไทย. ใน ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต (บ.ก.), วรรณลดา รวมบทความวิจัยและบทความวิชาการภาษาและวรรณคดีไทย. (น.15-49). กรุงเทพฯ: โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชัยรัตน์ พลมุข. (2552). วรรณคดีประกอบพระราชพิธีสมัยรัตนโกสินทร์ : แนวคิดธรรมราชากับกลวิธีทางวรรณศิลป์. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ.

ชาตรี อุตสาหรัมย์, ร้อยตำรวจโท. (2560). พัฒนาการความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระนครศรีอยุธยา.

ชุมนุมฉันท์ดุษฎีสังเวย. (2503). กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา.

ณัฐพล ใจเอี่ยม. (2565). ความสำคัญของเทพเจ้าในคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 13(1), 158-188.

ดวงมน จิตร์จำนงค์. (2540). คุณค่าและลักษณะเด่นของวรรณคดีไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ดินาร์ บุญธรรม. (2557). หมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์. https://shorturl.asia/1T3Zd

ทิพากรวงศมหาโกศาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. (2563). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4. กรุงเทพฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006).

ธัญญา สังขพันธานนท์. (2556). วรรณคดีสีเขียว : กระบวนทัศน์และวาทกรรมธรรมชาติในวรรณกรรมไทย. ปทุมธานี: นาคร.

บาหยัน อิ่มสำราญ. (2559ก). มโนทัศน์เรื่อง “อำนาจ” ในวรรณกรรมพงศาวดารจีนเรื่อง “เลียดก๊ก” วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 6(3), 26-33.

บาหยัน อิ่มสำราญ. (2559ข). วรรณคดีพระราชพิธี. นครปฐม : คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. (2560). นามานุกรมวรรณคดีไทย ชุดที่ 2 ชื่อผู้แต่ง. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา.

ยุพร แสงทักษิณ. (2539). เครื่องราชกกุธภัณฑ์และเครื่องสูง กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.

วรุณญา อัจฉริยบดี. (2563). บทบาทการควบคุม : ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง. วรรณวิทัศน์, 20(2), 29–62.

วรุณญา อัจฉริยบดี. (2564). อุดมการณ์ทางสังคมในคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง. วารสารไทยศึกษา, 17(2), 73-99. หมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562, (2562, พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 13 ข, หน้า 1-69.

แอนนา เลียวโนเวนส์. (2562). อ่านสยามตามแอนนา (สุภัตรา ภูมิประภาส และสุภิดา แก้วสุขสมบัติ แปล). (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: มติชน.