กลวิธีและรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความจากแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายด้วยฐานแนวคิดสะเต็มศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง กลวิธีและรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความบนฐานแนวคิด การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ STEM จากแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลวิธีและรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความบนฐานแนวคิด การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ STEM จากแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ในโครงการประกวดแข่งขันการเขียนเรียงความหัวข้อ “มนุษย์กับธรรมชาติ” และเพื่อวิเคราะห์ประเภท ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากการนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความบนฐานแนวคิดวิทยาศาสตร์ STEM ทั้งนี้วิเคราะห์จากผลงานการเขียนเรียงความที่ส่งเข้าประกวด จำนวน 36 เรื่อง ผลการศึกษาพบกลวิธี การนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความบนฐานแนวคิดวิทยาศาสตร์ STEM จากภูมิปัญญาท้องถิ่น 4 กลวิธี 1) กลวิธีการตั้งชื่อเรื่องเรียงความ พบ 5 กลวิธี ได้แก่ การตั้งชื่อเรื่องตามแนวคิดของโครงการ ร้อยละ 44.44 มากที่สุด รองลงมาเป็นการตั้งชื่อตามผลลัพธ์ หรือผลผลิตที่ได้จากการคิดแก้ไขปัญหาร้อยละ 33.33 การตั้งชื่อตามการอ้างอิงแหล่งข้อมูล ร้อยละ 11.11 การตั้งชื่อตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ STEM และการตั้งชื่อตามสิ่งแวดล้อมที่สังเกต ในลำดับน้อยที่สุด ร้อยละ 5.56 2) กลวิธีการเขียนนำเรื่อง พบ 3 กลวิธี ได้แก่ การเขียนนำเรื่องการกล่าวอ้างความสำคัญของเรื่อง ร้อยละ 69.44 มากที่สุด รองลงมาเป็นการเขียนนำเรื่องจากการวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหา ร้อยละ 25.00 และการเขียนนำเรื่องโดยการตั้งคำถามชวนให้คิด ในลำดับน้อยที่สุด ร้อยละ 5.56 3) กลวิธีการเขียนเนื้อเรื่อง พบ 4 กลวิธี ได้แก่ การนำเสนอเนื้อหาโดยการอธิบายเชิงเหตุผล ร้อยละ 41.67 มากที่สุด รองลงมาเป็นการนำเสนอเนื้อหาโดยการอธิบายตามลำดับขั้นแนวคิดวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 30.56 การอธิบายจากข้อมูลการสังเกต และการสืบค้น ร้อยละ 19.44 และการอธิบายโดยยกตัวอย่างประกอบ ในลำดับน้อยที่สุด ร้อยละ 8.33 4) กลวิธีการสรุปเรื่อง พบ 4 กลวิธี ได้แก่ การสรุปเรื่องด้วยการโน้มน้าวเชิญชวน ร้อยละ 52.78 มากที่สุด รองลงมาเป็น การสรุปเรื่องด้วยการเน้นย้ำประโยชน์ ร้อยละ 38.88 การสรุปเรื่องด้วยการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ร้อยละ 5.56 และการสรุปเรื่องด้วยการตั้งคำถามชวนคิด ในลำดับน้อยที่สุด ร้อยละ 2.78 ทั้งนี้จากกลวิธีทำให้พบรูปแบบการเขียนเรียงความบนฐานแนวคิดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ STEM จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีความสัมพันธ์กับแนวคิดวิทยาศาสตร์ 4 ขั้นตอนได้แก่ 1) การตั้งชื่อเรื่อง สัมพันธ์กับแนวคิดวิทยาศาสตร์ขั้นที่ 1 การสังเกตและการมองรอบด้าน 2) การเขียนนำเรื่อง สัมพันธ์กับแนวคิดวิทยาศาสตร์ขั้นที่ 1 การสังเกตและมองรอบด้าน และขั้นที่ 2 การวิเคราะห์จากการจดบันทึกและรวบรวมข้อมูล 3) การเขียนเนื้อเรื่อง สัมพันธ์กับแนวคิดวิทยาศาสตร์ ขั้นที่ 2 การวิเคราะห์ การจดบันทึก และการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 3 การตั้งคำถามและแนวคิดวิทยาศาสตร์ และขั้นที่ 4 การค้นหาคำตอบและกระบวนการคิด และ 4) การเขียนสรุปเรื่อง สัมพันธ์กับแนวคิดวิทยาศาสตร์ขั้นที่ 3 การตั้งคำถามและแนวคิดวิทยาศาสตร์ และขั้นที่ 4 การค้นหาคำตอบและกระบวนการคิด ส่วนผลการวิเคราะห์ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่นจากการนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความบนฐานแนวคิดวิทยาศาสตร์ STEM 8 ด้าน ได้แก่ 1) ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการอนุรักษ์และการนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์มากที่สุด ร้อยละ 55.55 รองลงมา คือ 2) ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร ร้อยละ 11.11 3) ภูมิปัญญาด้านพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ร้อยละ 8.33 4) ภูมิปัญญาด้านอาหาร ร้อยละ 8.33 5) ภูมิปัญญาด้านศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น ร้อยละ 5.56 6) ภูมิปัญญาด้านเครื่องจักสาน ร้อยละ 5.56 ส่วนภูมิปัญญาที่พบน้อยที่สุด คือ 7) ภูมิปัญญาด้านเครื่องนุ่งห่ม ร้อยละ 2.78 และ 8) ภูมิปัญญาด้านพลังงานเชื้อเพลิง ร้อยละ 2.78
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมังรายสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมังรายสาร ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมังรายสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารมังรายสารก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษา สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 18(4), 334-348.
จิตตาภา สารพัดนึก ไชยปัญญา ชนิกานต์ กู้เกียรติ กันต์รพี สมจิตร์ ศริญญา ขวัญทอง กานต์รวี เอลอับบียาด และจุฑามาศ ศรีระษา. (2565). กลวิธีการนำเสนอเนื้อหาการเขียนเรียงความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงการประกวดการเขียนเรียงความระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: บูรพาภาษาไทยครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2564. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์. 17(1), 100-110.
ปรียา หิรัญประดิษฐ์. (2539). เอกสารประกอบการสอนภาษาไทย 6 หน่วยที่ 10. (พิมพ์ครั้งที่ 3). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ปีย์ชนิตว์ เกษสุวรรณ. (2566). ใกล้เกลือ (อย่า) กินด่าง. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม.
ฤทัยรัตน์ ชิดมงคล และสมยศ ชิดมงคล. (2560). การคิดเชิงระบบ: ประสบการณ์เพื่อพัฒนาการคิดเชิงระบบ. วารสารครุศาสตร์. 45(2), 209-224.
วิสุทธิ์ ใบไม้. (2551). รางวัลวิสุทธิ์ใบไม้. file:///C:/Users/LENOVO/ Downloads/ BRT%20Annual%20report%202008.pdf
สนม ครุฑเมือง. (2549). การวิจัยทางภาษาไทย. พิษณุโลก: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สนม ครุฑเมือง. (2553). นิทานท้องถิ่นในเขตภาคเหนือตอนล่าง : การวิเคราะห์ความขัดแย้งและการแก้ไขปัญหา. พิษณุโลก: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สิรินภา กิจเกื้อกูล. (2558). สะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 17(2), 201-207.
สุชาดา เจียพงษ์. (2567). การเขียนเชิงวิชาการ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). พิษณุโลก: การพิมพ์ดอทคอม.