ผลทางกฎหมายความลับทางการค้าจากการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงจากปมปริศนาในนวนิยาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงผลทางกฎหมายจากการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงจากปมปริศนาในนวนิยาย และเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงการกำหนดภาระการพิสูจน์ของจำเลยที่เหมาะสมกับกรณีการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงจากปมปริศนาในนวนิยายภายใต้พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 12 โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และเก็บข้อมูลจากกฎหมายความลับทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทริปส์ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 รวมถึงกฎหมายความลับทางการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศญี่ปุ่น ผลการวิจัยพบว่า ปมปริศนาในนวนิยายที่ยังไม่เฉลยคำตอบ และเหตุผลของคำตอบเป็นความลับทางการค้าอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 การค้นพบอิสระจากการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงเป็นข้อยกเว้นของการละเมิดปมปริศนาในนวนิยายตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 7 (3) อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากปมปริศนาในนวนิยายเพื่อความบันเทิงถือเป็นการใช้รูปแบบหนึ่ง ถ้าผู้ทรงสิทธิเป็นโจทก์ฟ้องผู้อ่านเป็นจำเลยในคดีละเมิดความลับทางการค้าจากการใช้ จำเลยมีภาระการพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 12 ซึ่งเป็นบทสันนิษฐานให้จำเลยที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากปมปริศนาในนวนิยายที่ทำให้เกิดปมปริศนาในนวนิยายเหมือนกันเป็นผู้ละเมิดจากการใช้ไว้ก่อน จนกว่าจำเลยจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น แต่การใช้บทสันนิษฐานดังกล่าวกับคดีละเมิดปมปริศนาในนวนิยายที่มีเนื้อเรื่องตามโครงเรื่องจากการใช้อาจทำให้เกิดการกีดกันการค้นพบอิสระ ดังนั้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้บัญญัติกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการกำหนดภาระการพิสูจน์ โดยกำหนดให้ใช้ข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 12 เฉพาะคดีละเมิดปมปริศนาในนวนิยายที่มีเนื้อเรื่องแบบชีวิตประจำวันจากการใช้เท่านั้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จรัญ ภักดีธนากุล. (2555). กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน (พิมพ์ครั้งที่ 6). สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา.
พงศ์เกียรติ กุลรัตนสินสุข. (2567). การคุ้มครองปมปริศนาในนวนิยายภายใต้กฎหมายความลับทางการค้า. วารสารกฎหมายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 42(3), 113-142.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 https://dictionary.orst.go.th/
Chally, J. (2004). The Law of Trade Secrets: Toward a More Efficient Approach. Vanderbilt Law Review, 57(4), 1269-1311.
Deutscher, J. (2010). Parallel Worlds in British Fantasy Film [Master thesis]. Lunds Universitet.
Ganz, D. J. (2019). Intellectual Property Protection for Food: Balancing Competing Policy Objectives. University of La Verne Law Review, 40, 128-152.
Gordimer, N. (1975). A Writer's Freedom. English in Africa, 2(2), 45-49.
Lancaster, T. (2003). Effective and Efficient Plagiarism Detection [Doctoral dissertation]. London South Bank University.
Love Magic Shows. (2010). Magic Rules for Magician. https://lovemagicshow.wordpress.com/tag/howard-thurston/.
Nimmer, D. (2004). The Moral Imperative against Academic Plagiarism (without a Moral Right against Reverse Passing Off). DePaul Law Review, 54(1), 1-77.
Oxford English Dictionary. (1994). Oxford Advanced Learner’s Dictionary English 1994. https://www.oxfordlearnersdictionaries.com/.
Sherlock, J. R. (2015). The Effects of Exposure on the Ecology of the Magic Industry: Preserving Magic in the Absence of Law. Cybaris An Intellectual Property Law Review, 6(1), 1-49.
Young, A. (2011). The Art of Public Secrecy. Australian Feminist Law Journal, 35, 57-74.