ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีศึกษา: พนักงานบริษัท ซัสโก้ จำกัด
คำสำคัญ:
การออม, พฤติกรรมการออม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานในองค์กรภาคเอกชนผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบริษัท ซัสโก้ จำกัด ซึ่งมีจำนวนสมาชิก 210 คนโดยการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยจะทำการคัดเลือกประชากรในบริษัท ซัสโก้ จำกัด ที่ออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ AIA ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไปมีจำนวนทั้งหมด 145 คนโดยมีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบมีจุดมุ่งหมาย หรือแบบเจาะจง (Purposive Sampling)สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics Analysis) ได้แก่ หาค่าความถี่ (Frequency) หาค่าร้อยละ (Percentage) หาค่าเฉลี่ย (Mean) 2. การวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential statistics) ได้แก่ การทดสอบค่าไค-สแควร์ (Chi-Square Test :X2- Test) วัดค่าระดับความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ Cramer’s Vโดยผ่านโปรแกรม SPSS
ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมเพื่อวัยเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มากที่สุด คือ อายุการทำงานมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.280 ค่า Sig. เท่ากับ 0.000 ถัดมาจำนวนสมาชิกในครอบครัวมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.257 ค่า Sig. เท่ากับ 0.004 ถัดมาอายุ และสถานภาพการสมรสมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.243 ค่า Sig. เท่ากับ 0.012 ถัดมาระดับการศึกษามีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.204 ค่า Sig. เท่ากับ 0.237และ เพศมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0187ค่า Sig. เท่ากับ 0.281 2) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่มีความสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมเพื่อวัยเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มากที่สุดคือรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.369 ค่า Sig. เท่ากับ 0.000 ถัดมาผลตอบแทนของกองทุนมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.289 มีค่า Sig. เท่ากับ 0.000 และรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนมีค่าสัมประสิทธ์ Cramer’s V ที่ 0.239 มีค่า Sig. เท่ากับ 0.007
ดังนั้น ปัจจัยเศรษฐกิจจึงมีความสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากที่สุด โดยมีปัจจัยรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเป็นปัจจัยอันดับที่หนึ่ง รองลงมาคือปัจจัยด้านผลตอบแทนของกองทุน ส่วนปัจจัยด้านบุคคล ได้แก่ อายุการทำงาน รองลงมาจำนวนสมาชิกในครอบครัว
เอกสารอ้างอิง
กร ศิริโชควัฒนา. (2551). วิธีบริหารเงินของเศรษฐี ที่คนอยากรวยต้องเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: ยูแพดอินเตอร์.
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เอไอ เอ. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2558, จาก http://www.aia.co.th/th/ business/product-and-services/retirement-services/
กันยากร เอี่ยมแบน. (2561). การศึกษาช่องว่างการออมและการลงทุนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2561, จาก http://econ.nida.ac. th/index.php?option=com_content&view=article&id=3182%3A-mbe2558&catid=129% 3Astudent-independent-study&Itemid=207&lang=th
การเติบโตของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2558, จาก http://www.thaipvd. com/upload/pvd3q57.pdf
จุฑาธิบดิ์ ฤกษ์สันทัด. (2555). เปรียบเทียบพฤติกรรมการออมของพนักงานบริษัทเอกชนและข้าราชการในเขตกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2550). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้วย SPSS (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร:
วีอินเตอร์ปริ้น.
นวพร วิริยานุพงศ์. (2558). กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ความมั่นคงในชีวิต...สร้างได้ด้วยการออม. วารสารการเงินการคลัง, 27(85), 13-23.
นันทกา นันทวิสัย. (2552). การศึกษาเปรียบเทียบภาวการณ์ออมของครัวเรือนในภาคเกษตรและนอกภาค เกษตร (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์, และปราโมทย์ ประสาทกุล. (2561). ประชากรไทยในอนาคต. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2561, จาก http://www.ipsr.mahidol.ac.th/IPSR/AnnualConference/ConferenceII/ Article /Article02.htm
วรากรณ์ สามโกเศศ. (2550). รู้จักใช้ เข้าใจเงิน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ธนาคารไทยพาณิชย์.
วิภพ เลาหเธียรประธาน. (2551). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนจากต่างประเทศ (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
ศิรินุช อินละคร. (2548). การเงินบุคคล (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์.
ศิริอรุณ อนันตวิรุฬห์. (2550). พฤติกรรมการออมเพื่อการเตรียมเกษียณอายุของลูกจ้างสถานประกอบการเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2557). มอนิเตอร์ประเทศไทย. [ออนไลน์]
สันติยา เอกอัคร. (2549). เศรษฐศาสตร์การจัดการ ll. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2560 กับ aging socity. (2560). สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2561, จาก http://www.nesdb.go.th/ewt_news.php?nid=6974&filename=index
อนิศา เซ็นนันท์. (2547). เงินทองของมีค่าช่วงชั้นที่ 4 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
อมรรัตน์ อภินันท์มหกลุ. (2554). ความท้าทายและยั่งยืนของกองทุน การออมแห่งชาติ. วารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ 2 มศว. ISSN 1906-8522
อัญชลี วสุนธราภิวัฒก์, และภาพร สูทกวาทิน. (2553). การศึกษาการออมและการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุของข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.งบประมาณผลประโยชน์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.
Alexander, C. (2001). Market Model, A Guide to Financial Date Analysis. John Wiley & Sons Ltd, USA.
Finnomena. (2017). ออมกี่เปอร์เซนต์ของรายได้. สืบค้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2561,จาก https://www. finnomena.com/bearinvestor/how-much-savings/
Hamilton, J.D. (1994). Time Series Analysis, New Jersey, Princeton University Press. Retrieved May 18, 2561, from http://econ.nida.ac.th/index.php?option=com_content&view= article&id=3182%3A-mbe2558&catid=129%3Astudent-independent-study&Itemid=207&lang=th
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

