บทบาทของภาครัฐและภาคประชาสังคมที่มีต่อการจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น กรณีศึกษา ไชน่าทาวน์ ประเทศไทย และไชน่าทาวน์ สิงคโปร์
คำสำคัญ:
บทบาท, ภาครัฐ, ภาคประชาสังคม, การจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาการจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นผ่านการจัดการโดยภาครัฐและภาคประชาสังคม 2) เพื่อเปรียบเทียบการจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นระหว่างการจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นโดยภาครัฐและภาคประชาสังคม กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการพิพิธภัณฑ์ เจ้าหน้าที่หรือพนักงาน นักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ และผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณใกล้เคียง จำนวน 42 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และใช้วิธีการวิเคราะห์แบบอุปนัยในการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการศึกษา พบว่า
- 1. พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตรวิทยาลัย ประเทศไทย และพิพิธภัณฑ์วัดพระเขี้ยวแก้วไชน่าทาวน์ฯ ประเทศสิงคโปร์ มีจุดร่วมเหมือนกัน คือ เป็นพื้นที่ทางศาสนาแต่การจัดแสดงและวิธีการนำเสนอแตกต่างตามวัตถุประสงค์ โดยพิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตรวิทยาลัยเน้นในเรื่องการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเลเข้ามาในสยาม ส่วนพิพิธภัณฑ์วัดพระเขี้ยวแก้วไชน่าทาวน์ฯ เน้นไปที่การเก็บวัตถุโบราณสิ่งของล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และศาสนาพุทธมหายาน
- พิพิธภัณฑ์บ้านเก่าเล่าเรื่องชุมชนเจริญไชย และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไชน่าทาวน์ฯ ประเทศสิงคโปร์ มีจุดร่วมเหมือนกัน คือ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดมาจากภาคประชาสังคม โดยประชาชนเป็นผู้ผลักดันให้เกิดขึ้น เน้นที่การเล่าเรื่องให้มากที่สุดเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมประเพณี โดยแตกต่างกันไปตามจำนวนพื้นที่ในการจัดแสดง
- การนำเทคโนโลยีและสื่อที่หลากหลายมาใช้ในการจัดแสดง เพื่อสร้างความน่าสนใจ และประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ร่วมกับกิจกรรมหรือการเรียนรู้ที่ลงมือปฏิบัติจริง ควรสะท้อนและธำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของท้องถิ่นผ่านการสร้างความร่วมมือและจิตสำนึกร่วมของคนในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2548). คู่มือพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
กฤษฎา ตัสมา. (2556). การจัดการพิพิธภัณฑ์วัดศรีสุพรรณ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา. สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กานต์รวี ชมเชย. (2557). การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ กรณีศึกษา มิวเซียมสยามและพิพิธภัณฑ์บ้านไทยจิม ทอมป์สัน. สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
งามพิศ สัตย์สงวน. (2550). มิติทางวัฒธรรมในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ชิดหทัย ปุยะติ. (2557). พัฒนาการและลักษณะเด่นของวรรณกรรมจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย.
คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โชติมา ยามี. (2556). การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์: ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์. ขอนแก่น:สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 (ขอนแก่น) กรมทรัพยากรธรณี.
ถาวร สิกขโกศล. (2555). เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.
พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2557). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. มหาสารคาม: พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ยงยุทธ ชูแว่น. (2551). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิทย์ บัณฑิตกุล. (2555). สาธารณรัฐสิงคโปร์. กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊ค จำกัด.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2557). ปฏิบัติการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์. (2548). การจัดการโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานโดยองค์กรปกครองท้องถิ่น. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.
สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ [ก.พ.ร.]. (2550). การบริหารงานภาครัฐแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ.
สุภางค์ จันทวานิช. (2553). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อคิน รพีพัฒน์. (2531). ปัญหาการพัฒนาชนบท บทเรียนจากกรณียกกระบัตร: โครงการพัฒนาชนบท ลุ่มแม่น้ำกรอง. ขอนแก่น: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Douglas A. Allan. (1960). The Organization of museums: practical advice. Paris: United Nations Educational Scientific and Cultural Organization.
International Council of Museums [ICOM]. (2010). Key Concepts of Museology. Paris: Armand Colin.
Stuart Hall. (1993). Culture, community, nation. Cultural Studies, 7(3). 349-363.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

