การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาททางการแพทย์ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ผู้แต่ง

  • อนุสรณ์ อยู่พร้อม สำนักงานศาลยุติธรรม

คำสำคัญ:

ประสิทธิผล, การระงับข้อพิพาท, ข้อพิพาททางการแพทย์

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาททางการแพทย์  กลุ่มตัวอย่างเป็นแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลของรัฐ ผู้พิพากษา และข้าราชการประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของศาลแขวงและศาลจังหวัด ในเขตจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี ใช้การ    สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการจับฉลากเลือกรายชื่อจังหวัดของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2 จังหวัด จาก 6 จังหวัด  โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น  จำนวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 ชุด คือ แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญในกระบวนระงับข้อพิพาททางการแพทย์ และแบบสอบถามเกี่ยวกับองค์ประกอบของประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาททางการแพทย์ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าความถี่  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัย พบว่า

  1. ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโครงสร้างองค์ประกอบเชิงยืนยันของประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาททางการแพทย์ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า ประกอบด้วย 6 ด้าน จากทั้งหมด 8 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการติดต่อสื่อสาร 2) ด้านการไกล่เกลี่ยคนกลาง 3) ด้านข้อมูลสารสนเทศ 4) ด้านการมีส่วนร่วมในการแก้ไขข้อพิพาท 5) ด้านทีมงาน และ 6) ด้านการสานเสวนา
  2. ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโครงสร้างองค์ประกอบเชิงยืนยัน ของประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาททางการแพทย์ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กับข้อมูลเชิงประจักษ์ พบว่า ค่าวัดระดับความกลมกลืน คือ Chi-square (X2) = 377.159,  df = 299,  X2/df(CMIN/DF) = 1.261,  RMR = 0.020, RMSEA = 0.028, GFI = 0.927, AGFI = 901, TLI=970  และCFI = 0.977  แสดงว่ารูปแบบโมเดลองค์ประกอบของประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาททางการแพทย์ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีความสอดคล้องถูกต้อง  มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้  และสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฏีของการวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นพพร โพธิรังสิยากร. (2556). ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับทุรเวชปฏิบัติจากการรักษาทางการแพทย์. กรุงเทพฯ: ศูนย์สันติวิธีสาธารณสุข.

ประสพชัย พสุนนท์. (2558). ความเที่ยงตรงของแบบสอบถามสำหรับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 18, 375-396.

ปริญญา ทวีชัยการ. (2554). ความคิดเห็นของศัลยแพทย์ทั่วไปต่อพระราชบัญญัติการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข. เอกสารวิชาการส่วนบุคคล หลักสูตร “ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.)” รุ่นที่ 15. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยการยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม.

ภูมิ โชคเหมาะ, และคณะ. (2557). รายงานวิจัย แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาเฉพาะ: ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ สำนักงานศาลยุติธรรม.

มนต์ชัย ชนินทรลีลา. (2548). แพทย์กับกระบวนการยุติธรรม: รักษาอย่างไรไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายและรักษาอย่างไรต้องรับผิดตามกฎหมาย. กรุงเทพฯ: ร้านสวัสดิการหนังสือกฎหมาย “ปณรัชช”.

สุพัตรา จิตตเสถียร. (2550). การจัดการความขัดแย้งในสถานพยาบาลของรัฐระดับจังหวัด. (ปริญญานิพนธ์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตร์). มหาวิทยาลันรามคำแหง.

สุษม ศุภนิตย์. (2553). คำอธิบาย กฎหมายลักษณะละเมิด. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์นิติบรรณาการ.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (28 มีนาคม 2558). สรุปเรื่องร้องเรียนมาตรา 57,59 ตามพระราช บัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่ได้รับแจ้งเรื่องผ่านสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556. หนังสือราชการ. กรุงเทพฯ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.

แสวง บุญเฉลิมวิภาส. (2554). ปัญหาฟ้องร้องทางการแพทย์และแนวทางแก้ไข. จุลนิติ, 8(3), 47-58.

Glenn D. Israel. (1992). Determining Sample Size. the Program Evaluation and Organizational Development.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-06-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย